หลังจากกล่าวลาสามีภรรยาทั้งสองแล้ว ฮั่วจิ้งชวนดูเวลา ก่อนถามลู่ซีเฉิงว่า “อยากไปสหกรณ์ไหม?”
ลู่ซีเฉิงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา พลางพลิกดูตั๋วที่กองพะเนินอยู่ข้างใน “อืม... ตั๋วพวกนี้ยังไม่หมดอายุ ยังไม่ต้องรีบใช้หรอก อ๊ะ มีตั๋วฝ้ายอยู่หลายใบ หมดอายุสิ้นเดือนนี้นี่นา”
ฮั่วจิ้งชวนรับตั๋วมา มีทั้งหมดห้าใบ รวมกันได้ฝ้ายสิบชั่ง ฝ้ายนั้นเบา สิบชั่งจึงกินพื้นที่ไม่น้อย ถือตามถนนแล้วสะดุดตาเกินไป อีกอย่างสหกรณ์อาจไม่มีขายด้วยซ้ำ
ฝ้ายเป็นสินค้าขาดแคลนไม่ต่างจากเนื้อ พอของมาถึงก็มีคนแย่งซื้อกันแทบคลั่ง พวกเขาอาจซื้อไม่ได้ก็ได้
เขาปรึกษาเธอว่า “ฝ้ายไว้ซื้อคราวหน้า เธอไปนั่งพักที่สหกรณ์ก่อนดีไหม?”
ลู่ซีเฉิงไม่เข้าใจ “แล้วพี่ล่ะ จะไปไหน ฉันไปด้วยไม่ได้เหรอ?”
ฮั่วจิ้งชวนไม่อยากพาเธอไปจริง ๆ ไม่ใช่เพราะที่นั่นอันตราย แต่กลัวว่าเธอจะอยากรู้อยากเห็นมากเกินไป จนแอบไปเองลับหลังเขาคราวหน้า
ลู่ซีเฉิงนึกออกขึ้นมาทันที “ฉันรู้แล้ว พี่จะไปตลาดมืดใช่ไหม?”
ฮั่วจิ้งชวนไม่ตอบ ลู่ซีเฉิงก็รู้ว่าตัวเองเดาถูก “งั้นฉันก็จะไปด้วย!”
“ไม่ได้!”
“ทำไมพี่ไปได้ แต่ฉันไปไม่ได้? ฉันแค่อยากไปเห็นกับตาเอง!” ลู่ซีเฉิงรู้ว่าเขากังวลเรื่องอะไร “ถ้าพี่ไม่พาฉันไป ฉันก็จะแอบไปเอง!”
“เธอกล้าเหรอ!”
“ฮึ คอยดูแล้วกันว่าฉันกล้าไหม ถ้าแน่จริงก็หาสักเส้นมามัดฉันไว้สิ!” ลู่ซีเฉิงเชิดคาง ทั้งสองยืนจ้องหน้ากันอยู่ข้างทาง
