“มารับเธอน่ะ!” ฮั่วจิ้งชวนรับของจากมือเธอ “วันนี้เหนื่อยไหม?”
“ไม่เหนื่อยค่ะ” ลู่ซีเฉิงอวดเขาอย่างตื่นเต้น “ภรรยาหัวหน้าทีมบอกว่าวันนี้ฉันได้แต้มแรงงานตั้งแปดแต้มแน่ะ!”
ฮั่วจิ้งชวนลูบศีรษะเธอ เอ่ยชมว่า “เฉิงเฉิงเก่งจริง ๆ!”
ลู่ซีเฉิงคล้องแขนเขา พูดจ้อไม่หยุด “แน่นอนอยู่แล้ว พวกเธอก็ช่วยฉันเหมือนกัน แต่ฉันปอกเปลือกข้าวโพดได้เร็วมาก ไม่ได้ถ่วงคนอื่นเลยนะ!”
“วันนี้มีความสุขมากเหรอ?”
“อื้ม วันนี้ฉันสอนทุกคนร้องเพลงด้วย พวกเธอชอบกันมาก ฉันก็มีความสุขมากเหมือนกัน เดี๋ยวร้องให้พี่ฟังนะ!”
ลู่ซีเฉิงร้องเพลงท่อนหนึ่งเสียงเบา เพลงนี้มีจังหวะสดใส ร้องตามได้ง่าย เพียงไม่กี่ประโยคก็ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ตระการตาของผืนแผ่นดินได้อย่างเต็มเปี่ยม
“เพราะมาก!” ฮั่วจิ้งชวนกล่าวจากใจจริง
“แล้วพี่ล่ะ วันนี้เหนื่อยไหม?” ลู่ซีเฉิงเงยหน้าถามเขา ในความมืดมองไม่เห็นคิ้วตาของชายหนุ่ม ได้ยินเพียงเสียงอ่อนโยนของเขาตอบว่า “ไม่เหนื่อย”
จะไม่เหนื่อยได้อย่างไร วันนี้ต้องเก็บกวาดก้อนหินบนเขารกร้าง แม้จะเรียกว่าก้อนหิน แต่หลายก้อนหนักตั้งหลายสิบถึงหลายร้อยชั่ง เพื่อให้ทันเวลา พวกเขาจึงไม่ได้พักตอนเที่ยง แค่กินแป้งแผ่นไปสองชิ้นพอประทัง
“ฉันหิวแล้ว กลับไปทำกับข้าวก่อน พี่ค่อยตามมากินด้วยกันได้ไหม?” ลู่ซีเฉิงได้กลิ่นเหงื่อจากตัวเขา คงรีบมารับเธอทันทีที่ทำงานเสร็จแน่ ๆ
งานในคลังเลิกช้ากว่างานในไร่นา ตอนนี้ถ้ากลับไปที่พักปัญญาชน คนอื่น ๆ ก็คงกินข้าวกันเสร็จแล้วพอดี เธอจะได้ทำของอร่อยกินเป็นพิเศษ
