“ภาพมายาล้วนปรากฏขึ้นตามสิ่งที่ปรารถนาที่สุดในใจนี่นา คิดไม่ถึงเลย จุ๊ ๆ เจ้าใฝ่ฝันอยากเป็นจักรพรรดินี มีขุนนางกลุ่มหนึ่งคอยประจบสอพลอ...” บรรพจารย์หมื่นวิญญาณเอ่ยอย่างประหลาดใจ จุ๊ ๆ มองไม่ออกเลยจริง ๆ นังหนูนี่ดูท่าทางโหดเหี้ยมจะตาย หากจะเป็นจักรพรรดิก็น่าจะเป็นทรราชเสียมากกว่า เหตุใดกลับกลายเป็นจักรพรรดิผู้โฉดเขลาไปได้?
กู้ชิงซี “???”
ความฝันของนางจะเป็นแบบนี้ได้อย่างไร?
“ฝ่าบาท วันนี้พระองค์จะเสด็จออกตรวจราษฎรอย่างลับ ๆ อีกหรือพ่ะย่ะค่ะ?” ขันทีเอ่ยถามขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“ออกตรวจราษฎรอย่างลับ ๆ?” กู้ชิงซีถาม พลางสังเกตเห็นคำว่า ‘อีก’ ด้วย หมายความว่าจักรพรรดินีองค์นี้ออกจากวังบ่อยหรือ?
“พ่ะย่ะค่ะ ทั้งเพื่อทอดพระเนตรบ้านเมืองรุ่งเรืองที่อยู่ใต้การปกครองของฝ่าบาท เพื่อชื่นชมพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ และเพื่อสดับฟังเสียงสรรเสริญรักใคร่จากเหล่าราษฎร...” ขันทีมีสีหน้าเลื่อมใส เริ่มกล่าวยกยอ เห็นทีจะพูดพร่ำไม่หยุดเช่นเดียวกับขุนนางพวกนั้น กู้ชิงซีจึงตัดบทเขา
“ไม่ไป” กู้ชิงซีดูออกว่าขันทีผู้นี้คิดเช่นนั้นจริง ๆ มิใช่เพียงประจบสอพลอ จักรพรรดินีอย่างนางทำได้ดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ภาพมายานี่มีการกำหนดเรื่องประหลาดพิกลเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
กู้ชิงซีไม่รู้เลยว่า การทดสอบของนางมีเพียงการรับคำประจบสอพลอสารพัด ไม่มีอันตรายแม้แต่น้อย
แต่ผู้เข้าร่วมการทดสอบคนอื่น ๆ กลับเผชิญสถานการณ์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
บางคนอยู่ในหอนางโลม มัวเมาอยู่ในอ้อมอกอันอ่อนหวานจนถอนตัวไม่ขึ้น ท้ายที่สุดกลับพบว่าสาวงามรอบกายล้วนเป็นเพียงโครงกระดูก หอนางโลมก็กลายเป็นซากปรักหักพัง โครงกระดูกเหล่านั้นพากันคลุ้มคลั่งเข้าโจมตีเขา ชายผู้นั้นกรีดร้องพลางปีนหนีออกจากซากปรักหักพัง และสอบตกไปในที่สุด
บางคนกลายเป็นผู้แข็งแกร่งผู้หนึ่ง สั่งให้ทุกคนคุกเข่ากราบกราน อยากได้สิ่งใดก็ได้สิ่งนั้น ท้ายที่สุดกลับทะนงตนจนลืมเจตนาแรกเริ่ม ทำตามอำเภอใจ สุดท้ายจึงถูกผู้บำเพ็ญเพียรที่ลุกขึ้นต่อต้านแทงทะลุหัวใจด้วยกระบี่ แน่นอนว่าการทดสอบของคนผู้นั้นก็สิ้นสุดลงเช่นกัน
