ลู่เทียนอวี๋กล่าวอย่างยินดีว่า “หากจะเข้าร่วมการทดสอบ ต้องตรวจสอบรากวิญญาณก่อน ผู้ที่มีรากวิญญาณจึงจะเข้าร่วมการทดสอบขั้นต่อไปได้ เมื่อผ่านแล้วก็จะได้เป็นศิษย์ของสำนักชิงเทียน
ชิงซี หลังผ่านการทดสอบแล้ว เจ้าต้องเข้าสังกัดยอดเขาจื่อหลินของพวกเราให้ได้นะ
ยอดเขาจื่อหลินของพวกเราแข็งแกร่งที่สุด มีเพียงยอดเขาจื่อหลินเท่านั้นที่คู่ควรกับเจ้า!
อาจารย์ของข้าเป็นผู้ฝึกกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักชิงเทียน ข้าไม่ได้พูดโอ้อวดหรอกนะ”
“ตกลงกันแล้วนะ เจ้าต้องมาที่ยอดเขาจื่อหลินของพวกเราให้ได้ ข้าจะกลับไปบอกอาจารย์ถึงข่าวดีนี้ก่อน ข้าจะรอดูการทดสอบของเจ้าที่หน้ากระจกเงาในโถงใหญ่ ศิษย์น้องหญิง สู้เขานะ!”
ลู่เทียนอวี๋เปลี่ยนคำเรียกจากคุณหนูกู้ในตอนแรกมาเป็นชิงซี บัดนี้ถึงกับเรียกศิษย์น้องหญิงเสียแล้ว
ในสายตาของลู่เทียนอวี๋ กู้ชิงซีเห็นเขาขัดสนเงินทองจึงปฏิเสธรางวัล นางเป็นคนดีอย่างยิ่ง อีกทั้งยังแข็งแกร่ง คนที่ทั้งใจดีและเก่งกาจเช่นนี้ต้องมาอยู่ยอดเขาจื่อหลินของพวกเขา และเป็นศิษย์น้องหญิงของเขาให้ได้!
ในที่สุดกู้ชิงซีก็เข้าใจแล้วว่าคำว่าเป็นครอบครัวเดียวกันที่เขาพูดหมายถึงอะไร
หลังพูดจบ ลู่เทียนอวี๋ก็พากู้ชิงซีไปต่อแถว
“ไม่ต้องหรอก ข้าไปเอง เจ้ายังมีธุระก็ไปทำเถอะ” กู้ชิงซีโบกมือ
“เช่นนั้นข้าจะรอเจ้าที่โถงใหญ่ ข้ากลับไปหาอาจารย์ก่อน” ลู่เทียนอวี๋ไม่ฝืนใจนาง เขากล่าวลานางแล้วเหาะกระบี่จากไป
กู้ชิงซีจึงมีเวลาถามบรรพจารย์หมื่นวิญญาณ “แน่ใจหรือว่าถ้ำสวรรค์แดนมงคลของเจ้าอยู่ที่เขาชิงเทียน?”
