กลับมาถึงห้องเรียน เสิ่นซวี่สงบจิตใจ แล้วเดินไปยังที่นั่งของตัวเอง
ทันทีที่รัศมีของเด็กเรียนเก่งปรากฏขึ้น คนทั้งห้องก็ไม่กล้าส่งเสียงดัง ต่างมองใบหน้าที่ชวนให้ทั้งคนและเทพริษยา ทั้งหน้าตาดีและฉลาด แถมยังสูงถึง 188 เซนติเมตร
เรียกได้ว่ากวาดเอาเรื่องดี ๆ ไปหมดจริง ๆ!
เสิ่นซวี่ยืนอยู่ข้างโต๊ะอย่างสงบนิ่ง หยิบแอลกอฮอล์มาฉีดหลายครั้ง ก่อนจะใช้ทิชชู่เปียกเช็ดโต๊ะกับเก้าอี้
หยางไป๋ชวนหันกลับมา “บอกแล้วไงว่าอย่าขี่จักรยาน ปลายเดือนกุมภาพันธ์อากาศหนาวขนาดนี้ นายยังขี่จักรยานอีก หูแดงหมดแล้วเนี่ย”
เด็กหนุ่มชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยิน ก่อนก้มตามองเขาแล้วถามว่า “วันนี้ห้องเราจะมีนักเรียนย้ายมาใหม่เหรอ?”
“หา?”
หยางไป๋ชวนตั้งใจจะวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะของเขา แต่พอนึกถึงนิสัยหวงอาณาเขตของอีกฝ่าย ก็เปลี่ยนใจ
“ฉันก็เพิ่งมา จะไปรู้ข่าวจากไหนล่ะ? อีกอย่าง มีคนโง่ที่ไหนจะย้ายโรงเรียนช่วงเวลาแบบนี้ นายถามขึ้นมาทำไม?”
เสิ่นซวี่ขานรับเบา ๆ แล้วนั่งลงจัดหนังสือ
“ไม่มีอะไร”
หยางไป๋ชวนจ้องที่นั่งว่างข้างเขา แล้วก็เข้าใจขึ้นมาทันที “อ๋อ~ นายกลัวเพื่อนใหม่จะมานั่งข้าง ๆ ใช่ไหม?”
เขาจุ๊ปาก “ก็จริง ตอนนี้ในห้องมีที่นั่งว่างอยู่แค่ข้างนายที่เดียว”
เสิ่นซวี่เป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันกับเขา ตั้งแต่อนุบาล อีกฝ่ายก็ไม่ชอบคบใคร ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว แทบไม่พูดกับใครสักสองประโยค
หยางไป๋ชวนติดตามคุณปู่ไปเล่นที่บ้านคุณปู่เสิ่นอยู่เสมอ สองคนจึงได้คบหากันมายาวนาน จนกลายเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเสิ่นซวี่
เฉียวอวี่เหมียนกำปกห่อหนังสือไว้ในมือ แอบเหลือบมองไปทางขวา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดคำว่า “สวัสดีปีใหม่” ออกไป
