“ขอโทษ ฉันใจเย็นไม่ลง”
“มันรู้สึกดีเกินไป ที่รัก”
เวินจือหลีถูกเขาเรียกจนหน้าแดงใจเต้นแรง ดวงตาราวกับบ่อน้ำพุฤดูใบไม้ผลิ หางตาชื้นแฉะด้วยหยาดน้ำจากการถูกรังแก
เธอสงสัยอย่างจริงจังว่าตัวเองเจอแก๊งหลอกลวง ที่มุ่งหลอกผู้หญิงโสดอย่างเธอซึ่งไม่เคยมีแฟนมาก่อน
ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายจะจูบเก่งขนาดนี้ได้ยังไง เวินจือหลีรู้สึกราวกับกำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อน ถูกสายน้ำอุ่นโอบล้อมไปทั้งตัว ความตึงเครียดทั้งหมดพลันสลายไปในพริบตา
มึนงงไปหมดทั้งตัว อ่อนยวบไปทั้งร่าง
สบายจนแทบเสียสติ อยากถลำลึกไปกับคนคนนี้โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง
แม้แต่ประกายวาววับชวนวาบหวิวตรงมุมปากก็ถูกดึงดูดให้เข้าไปลึกกว่าเดิม
เสิ่นซวี่ราวกับดื่มเท่าไรก็ไม่พอ จึงดึงเวินจือหลีมาดับกระหายด้วยกัน
ครู่ต่อมา
เวินจือหลีกอดเขา ซบอยู่บนไหล่ชายหนุ่มพลางหอบหายใจ แผ่นหลังบอบบางสั่นระริก ดูน่าสงสารอยู่ไม่น้อย
เสิ่นซวี่ยังคงจูบช่วงลำคอของเธออย่างอ้อยอิ่ง ไม่อยากผละจาก
หญิงสาวปล่อยมือทั้งสองข้างทิ้งลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ปล่อยเขาตามใจ อย่างไรก็ต้องให้คนที่พลังเหลือเฟือคนนี้หาอะไรทำสักหน่อย
“คุณโกหกเรื่องประวัติความรักหรือเปล่า” เวินจือหลีถามเสียงเนิบ
เสิ่นซวี่หยุดจูบ มองเธอแล้วตอบอย่างจริงจัง “เปล่า ก่อนจะเจอคุณ ผมคิดว่าโลกนี้มีแค่ผู้ใหญ่กับเด็ก ไม่ได้แบ่งชายหญิง”
เขามองดวงตาคู่งามที่ชุ่มฉ่ำเป็นประกาย แล้วจูบที่หางตาของเธอ “เสียดายที่ไม่ได้เจอคุณเร็วกว่านี้ ทั้งที่อยู่ใกล้กันแค่นี้แท้ ๆ”
เวินจือหลีถามอย่างเขินอาย “แล้วทำไมถึงเก่งเหมือนของเก่ากล้านักล่ะ”
เธอซุกเข้าไปในคอเสื้อที่ใครบางคนเปิดอ้าทิ้งไว้นานแล้ว ซบหน้าลงบนกล้ามเนื้อหน้าอกที่นุ่มแน่น ความอยากเอาชนะผุดขึ้นมา จึงบ่นว่า “ฉันจูบสู้คุณไม่ได้เลย”
