เผยเจาหวายมองท่าทางระแวดระวังไปเสียทุกอย่างของเธอแล้วก็ได้แต่ทั้งจนใจทั้งใจอ่อน เขาปลอบเสียงเบา
“วางใจเถอะ ไม่ทำให้เธอเดือดร้อนหรอก ยิ่งไม่ทำให้อนาคตของเด็กเสียหาย เงินทุกบาททุกสตางค์มีที่มาสะอาดหมด อย่าคิดฟุ้งซ่านเลย รีบพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนกัน”
พอได้ยินคำว่า “จดทะเบียน” เวินซูหว่านที่กำลังจะล้มตัวลงนอนก็พลันผุดลุกขึ้นนั่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เดี๋ยวก่อน ฉันตอบตกลงจดทะเบียนกับคุณตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เธอตกลงแต่งงานกับฉันแล้ว แถมเงื่อนไขที่เธอเสนอ ฉันก็ตกลงด้วย ถึงอย่างไรจะจดเร็วหรือช้าก็ต้องจดอยู่ดี”
เผยเจาหวายพูดอย่างใจเย็น ไม่รอให้เธอโต้แย้งต่อก็ยื่นมือประคองเธอให้นอนลงอย่างระมัดระวัง แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมให้อย่างเรียบร้อย
“นอนเถอะ ฉันจัดการไว้หมดแล้ว พรุ่งนี้เช้าจะให้พ่อเอาเอกสารที่เราต้องใช้มาที่นี่ให้ครบ”
เวินซูหว่านยังอยากโต้แย้ง แต่เผยเจาหวายดูออกว่าเธอกำลังจะพูดอีก จึงชิงยิ้มแล้วขู่ขึ้นมาก่อน
“ถ้าเธอนอนไม่หลับ งั้นเรามาคุยเรื่องคืนนั้นที่เธอกอดฉันแล้วเรียกฉันว่าพี่กันดีไหม?”
พอได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของเวินซูหว่านก็แดงก่ำทันที เธอถลึงตามองเผยเจาหวายอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหัวแล้วด่าในใจว่า
ไอ้สารเลว ทั้งที่เป็นเขาบังคับให้ฉันเรียกแท้ ๆ
เธอท่องย้ำในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อสงบอารมณ์
ไอ้สารเลว นอน นอน นอน
เผยเจาหวายมองก้อนน้อย ๆ ใต้ผ้าห่มที่ขยับขึ้นลงเบา ๆ มุมปากพลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน
แม้แต่เวินซูหว่านเองก็ไม่รู้ตัวว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าเผยเจาหวาย เธอได้ถอดหน้ากากที่สวมทับไว้ทีละชั้น เผยให้เห็นท่าทางสดใสไร้เดียงสาและแสนเอาแต่ใจเล็ก ๆ เช่นนี้
