ถึงเธอจะถูกเขาตื๊อจนจนใจ แต่ลึก ๆ แล้วเธอรู้ดีว่าตัวเองใจแข็งกับเขาไม่ลงจริง ๆ ต่อให้เป็นคำพูดร้ายกาจที่ทำให้เจ็บสักคำ เธอก็พูดไม่ออก
อีกอย่าง เธอต้องยอมรับว่าทุกคำที่เผยเจาหวายพูดล้วนแทงใจเธอทั้งสิ้น
ตั้งแต่เด็กเธอก็ขาดความรักจากครอบครัว ลิ้มรสความรู้สึกของการไม่มีพ่อแม่คอยอยู่เคียงข้างและมอบความรักให้มาแล้ว เธอจึงทนไม่ได้จริง ๆ หากลูกของตัวเองต้องซ้ำรอยเดิม
เธอมองท่าทางนักเลงกะล่อนของเผยเจาหวาย ไฟโทสะพลุ่งขึ้นในอก แต่แล้วจู่ ๆ ก็เกิดความคิดหนึ่งแวบเข้ามา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ได้ แต่งงานก็ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่คุณต้องรับปากฉันสามข้อ”
เผยเจาหวายมองปราดเดียวก็รู้ว่าเธอกำลังวางแผนอะไรอยู่ แววขบขันค่อย ๆ ปรากฏในดวงตา
แม้แต่ความสัมพันธ์กับตระกูลหลินที่ย้ายไปต่างประเทศ เขายังไม่กลัว แล้วจะมีเรื่องอะไรให้ต้องหวั่นเกรงอีก?
เขาเลิกคิ้ว ก่อนตอบรับอย่างไม่ลังเล
“ได้ ว่ามา”
“ข้อแรก หลังแต่งงาน ฉันจะเป็นคนจัดการเรื่องในบ้านทั้งหมด ไม่อย่างนั้นเราก็แยกบ้านไปอยู่กันเอง”
เวินซูหว่านมั่นใจอยู่ในใจ พี่น้องตระกูลเผยรักใคร่กลมเกลียวกัน คนรุ่นก่อนก็ให้ความสำคัญกับการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา คำว่าแยกบ้านนี้ต้องทำให้เขาลำบากใจได้แน่
ใครจะคิดว่าเผยเจาหวายไม่ทันได้คิดอะไรด้วยซ้ำ เพียงเลิกคิ้วบาง ๆ เท่านั้น
“แค่นี้เองหรือ? ไม่มีปัญหา”
เดิมทีเขาก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าหลังแต่งงานจะแยกบ้านออกไปใช้ชีวิตตามลำพัง
พี่สะใภ้ใหญ่ของเขาไม่ใช่คนที่อยู่ด้วยง่าย ๆ เขาไม่อยากให้ภรรยาต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายระหว่างสะใภ้จนต้องน้อยใจ ไม่คิดเลยว่าภรรยาจะเป็นฝ่ายเสนอขึ้นมาก่อน
