ในวินาทีที่เตียงผู้ป่วยกำลังจะถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด เผยเจาหวายก็คว้าขอบเตียงไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอดกลั้นและวิงวอนอย่างถึงที่สุด
“คุณหมอ ขอร้องล่ะ ต้องช่วยเธอให้ได้นะครับ...”
“เมียผมกำลังท้องอยู่”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของหมอพลันเคร่งเครียดขึ้นอย่างยิ่ง หัวใจบีบรัดแน่นกว่าเดิม ไม่กล้ารอช้าแม้แต่น้อย รีบเร่งเข็นเตียงเข้าไปในห้องผ่าตัดเพื่อเตรียมช่วยชีวิตอย่างเต็มกำลัง
ประตูห้องผ่าตัดอันเย็นเยียบปิดลงดัง “ปัง”
พยาบาลยื่นมือขวางเผยเจาหวายที่กำลังจะตามเข้าไปติด ๆ
“ญาติคนไข้รออยู่ข้างนอกนะคะ!”
เผยเจาหวายชะงักอยู่กับที่ ฝืนข่มความตื่นตระหนกและความรู้สึกที่ใกล้จะควบคุมไม่อยู่ทั้งหมดลงไป
เขารู้ดีว่าตอนนี้ต่อให้วู่วามไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำได้เพียงยืนตัวตรงอยู่หน้าห้องผ่าตัด ท่วงท่าสง่าผ่าเผยแต่สภาพกลับดูอิดโรย ยืนนิ่งเฝ้าประตูบานที่กั้นระหว่างความเป็นกับความตายไว้ไม่ขยับ
ในช่วงเวลาที่ต้องรอคอยระหว่างความเป็นกับความตาย เผยเจาหวายหวาดกลัวจนถึงขีดสุด
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาผ่านห่ากระสุนและการต่อสู้เอาชีวิตรอดมานับครั้งไม่ถ้วน เคยถูกปากกระบอกปืนจ่อหว่างคิ้ว เคยถูกคมมีดเฉือนลำคอ แต่ไม่เคยแม้แต่จะกะพริบตา ไม่เคยมีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ไม่ว่าสถานการณ์จะอันตรายเพียงใด เขาก็สุขุมเยือกเย็นและเด็ดขาดเสมอ
แต่ตอนนี้กลับไม่เหมือนเดิม
เมื่อมองประตูห้องผ่าตัดที่ปิดสนิท แล้วนึกถึงหญิงสาวที่บาดเจ็บไปทั้งตัว ถูกยิงจนหมดสติ และยังตั้งท้องอยู่ข้างใน หัวใจของเขาก็สั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง
มือคู่นั้นที่ผ่านการเข่นฆ่ามานับครั้ง มั่นคงราวหินผา ยามถือปืนไม่เคยสั่นไหวแม้แต่น้อย บัดนี้กลับสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้
เขาไม่กลัวตาย ไม่กลัวบาดเจ็บ และไม่กลัวอาวุธหรือห่ากระสุนใด ๆ
เขากลัวเพียงอย่างเดียว
กลัวว่าเวินซูหว่านจะไม่ฟื้นขึ้นมา กลัวว่าตนจะมาช้าไป กลัวว่าในท้ายที่สุดจะรักษาหญิงสาวของเขาไว้ไม่ได้ และรักษาลูกของพวกเขาไว้ไม่ได้
เมื่อเทียบกับการเผชิญหน้าความเป็นความตายด้วยตัวเองมานับครั้ง การรอคอยอย่างไร้เสียงครั้งนี้ต่างหาก คือบทลงโทษที่น่ากลัวและทรมานที่สุดในชีวิตของเขา
