เผยเจาหวายรีบพุ่งเข้าไปแย่งปืนจากมือเมิ่งเหวยเฉิง
หลังปลดกระสุนปืนออก เขาก็หันกลับมาเห็นแผ่นหลังของเวินซูหว่านที่กำลังโซเซวิ่งหนีเข้าไปในตรอกมืดลึก
เจิ้งเฉิงจวิน โม่เว่ยกั๋ว และเซี่ยเสวียปินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไร
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาในตอนนี้ คือจับคนที่รุมทำร้ายเวินซูหว่านทั้งหมดให้ได้
เมิ่งเหวยเฉิงเจ็บแผลจนแทบทนไม่ไหว เขาคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น เลือดไหลซึมออกจากบาดแผลไม่หยุด ใบหน้าซีดเผือด
เขามองตามทิศทางที่เผยเจาหวายไล่เข้าไปในตรอกด้วยความเคียดแค้น ทั้งอัดอั้นทั้งโมโห แต่ก็ไม่มีแรงลุกขึ้นไปขวางอีก
ในตรอก บาดแผลที่หัวไหล่ของเวินซูหว่านยังคงมีเลือดไหลไม่หยุด เธอใช้มือข้างหนึ่งประคองท้องน้อย อีกข้างออกแรงวิ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง ขณะเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังไล่หลังมา เผยเจาหวายกำลังตามเธอมาไม่ลดละ
เวินซูหว่านคิดเพียงว่าจะวิ่งไปข้างหน้า หามุมลับในตรอกหลบซ่อนให้เร็วที่สุด
แต่ร่างกายมีบาดแผลมากเกินไป เลือดก็เสียไปมาก ทั้งก่อนหน้านี้เธอยังฟื้นฟูร่างกายได้ไม่เต็มที่ ตอนนี้จึงอ่อนแรงถึงขีดสุดแล้ว
จู่ ๆ เท้าก็สะดุด ร่างโงนเงน เห็นทีจะล้มลงไปกองกับพื้นในอีกไม่ช้า
ในช่วงคับขัน เธอไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น สองแขนยกขึ้นปกป้องท้องน้อยของตัวเองโดยสัญชาตญาณ
เรี่ยวแรงหมดสิ้นไปทั้งตัว เปลือกตาหนักอึ้ง ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่จนเธอวิ่งต่อไม่ไหวแม้แต่ก้าวเดียว
เผยเจาหวายเห็นแล้วตกใจสุดขีด เขาออกแรงเร่งฝีเท้า พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว ยื่นมือคว้าร่างเวินซูหว่านที่กำลังจะล้มเข้ามากอดไว้แน่น
เมื่อก้มมองภรรยาในอ้อมแขน ก็เห็นใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ หน้าผากมีเหงื่อเย็นผุดเป็นชั้น เสื้อผ้าเปื้อนคราบเลือดสีแดงคล้ำไปทั่ว บาดแผลน้อยใหญ่กระจายอยู่ตามแผ่นหลังและแขน ส่วนแผลกระสุนที่หัวไหล่ซ้ายยิ่งมีเลือดไหลไม่หยุด
