ดวงตาของเขาแดงก่ำ ไอสังหารพุ่งทะยาน ยกมือขึ้นหมายจะชักปืนทันที ก่อนหันไปตวาดหวังเจี้ยนจวินด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว หยิ่งผยองอย่างที่สุด
“หวังเจี้ยนจวิน! พวกสถานีตำรวจทำงานกันยังไง!”
“ไม่เห็นหรือว่าเขาทำร้ายเจ้าหน้าที่ประจำการต่อหน้าต่อตา!”
“รีบพาคนไปจับกุมเขาเดี๋ยวนี้!”
“แล้วก็เวินซูหว่านนังแพศยานั่น! กล้าลอบทำร้ายพี่ใหญ่ของฉัน รีบลากตัวออกมาจากห้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้!”
“แค่ผู้หญิงชั้นต่ำแท้ ๆ ยังกล้าบังอาจลอบทำร้ายทหารประจำการจนผู้บังคับบัญชาระดับสูงบาดเจ็บสาหัส!”
“ฉันว่าเธอคงเบื่อชีวิตแล้ว!”
“ยังคิดจะเข้าประตูตระกูลเมิ่งอีกหรือ ดูสารรูปตัวเองเสียก่อนว่าคู่ควรไหม!”
หวังเจี้ยนจวินยืนนิ่ง มองท่าทางโง่เขลาที่อาศัยอำนาจข่มเหงผู้อื่นของอีกฝ่ายแล้วแทบทนดูไม่ได้ ด่าภรรยาของเขาว่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำต่อหน้าสามีแบบนี้ ทำให้ในใจเหลือเพียงความเอือมระอาและความโกรธสุดประมาณ
เขาไม่เห็นอะไรทั้งนั้น และไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น
เป็นอย่างที่คิด คำพูดสกปรกโสมมของเมิ่งกั๋วเหลียงเพิ่งหลุดจากปาก ก็ล้ำเส้นที่เผยเจาหวายหวงแหนที่สุดเข้าอย่างจัง
ใครกล้าดูหมิ่นผู้หญิงของเขา คนนั้นก็แตะต้องข้อห้ามถึงชีวิตของเขา
ไอสังหารในดวงตาเผยเจาหวายพลันพุ่งสูง ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านรอบกาย เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ก้าวยาว ๆ เข้าไปแล้วเตะอัดเต็มแรง!
“กร๊อบ!”
เสียงกระดูกหักดังชัดบาดหูขึ้นฉับพลัน
ขาทั้งข้างของเมิ่งกั๋วเหลียงถูกเตะหักในพริบตา ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษไร้สีเลือด เสียงกรีดร้องด้วยความทรมานดังทะลุลำคอ ก้องสะท้อนอย่างโหยหวนไปทั่วทางเดินโรงพยาบาลอันเงียบงัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และตำรวจนอกเครื่องแบบที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก้มหน้าเบือนสายตา แสร้งทำเป็นหูหนวกตาบอดบ้างมองเพดานบ้างมองพื้น ไม่มีใครกล้าเงยหน้าสบตา
คำให้การของเจิ้งเฉิงจวินกับโม่เว่ยกั๋วเมื่อครู่ ทุกคนได้ยินชัดเจน
