หวังซู่อิงยิ้มพลางช่วยคลี่คลายสถานการณ์
“เยาวชนเวิน โทษไอ้เด็กแสบอาหวายเถอะ กลางวันแสก ๆ ยังไม่รู้จักปิดประตูให้ดี”
ใบหน้าของเวินซูหว่านแดงก่ำขึ้นมาทันที ลามไปจนถึงใบหูที่ร้อนผ่าว ในใจได้แต่คร่ำครวญว่าเธอไปทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้มาเจอกับเผยเจาหวาย ไอ้คนพาลหัวไม้แบบนี้ ภาพลักษณ์ของเธอป่นปี้หมดแล้ว
เธอรีบอธิบายเสียงเบา
“คุณน้าคะ ฟังฉันอธิบายก่อน เมื่อกี้มันเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ...”
“เข้าใจ ๆ น้าเข้าใจหมดแล้ว”
หวังซู่อิงยิ้มอย่างมีเลศนัย เวินซูหว่านยังพูดไม่ทันจบ เธอก็เข้าใจเสียแล้ว คนหนุ่มสาวก็แบบนี้แหละ น้าเข้าใจ น้าก็เคยผ่านวัยหนุ่มสาวมาเหมือนกัน
“คนหนุ่มสาวน่ะ ไม่เป็นไรหรอก คราวหน้าก็จำไว้ว่าปิดประตูให้ดี”
คำพูดนั้นทำเอาเวินซูหว่านพูดไม่ออก ทั้งน้อยใจทั้งกระดากอาย ใบหน้าแดงจัดจนแทบทนไม่ไหว
เธอเกิดมาสองชาติแล้ว แต่ยกเว้นคืนนั้นกับเผยเจาหวาย เธอยังไม่เคยจับมือผู้ชายคนไหนเลย จะทนให้หวังซู่อิงแซวแบบนี้ได้อย่างไร
เผยเจาหวายลุกขึ้น เดินมาหยุดตรงหน้าเวินซูหว่าน ช่วยบังความกระอักกระอ่วนให้เธอ ก่อนหันไปมองหวังซู่อิง
“แม่ เอาของมาหรือยังครับ?”
หวังซู่อิงถลึงตามองเขาอย่างตำหนิ ก่อนลดเสียงลงกำชับ
“ไอ้ลูกคนนี้ ใส่ใจหน่อยสิ เยาวชนเวินกำลังตั้งครรภ์อยู่นะ อย่าทำอะไรเหลวไหล”
พูดจบ เธอก็หยิบหนังสือรับรองสำหรับจดทะเบียนสมรสที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยจากตะกร้าไม้ไผ่ แล้วส่งให้เผยเจาหวาย จากนั้นก็หยิบไข่ต้มอุ่น ๆ หลายฟองยัดใส่มือเวินซูหว่าน
“เยาวชนเวิน รีบรับไว้ น้าต้มไว้แต่เช้า เอาไว้บำรุงร่างกาย
“เดี๋ยวเธอกับอาหวายไปจดทะเบียนกัน แล้วให้อาหวายซื้อของให้ด้วย ส่วนน้ากับหลานหลานจะกลับบ้านไปฆ่าไก่ ตอนเที่ยงกลับไปกินอะไรบำรุงกันให้ดี”
