ก้าวออกจากประตูโรงพยาบาลประจำตำบล เผยเจาหวายก็ไม่รอให้เวินซูหว่านเอ่ยปาก เขาพาเธอตรงไปยังจักรยานคานสูงคันหนึ่งทันที
เขาแขวนสัมภาระไว้บนรถ แล้วพลิกตัวขึ้นคร่อมเบาะ ก่อนหันกลับมาพยักพเยิดเรียกเธอ
“ขึ้นมา”
เวินซูหว่านจ้องจักรยานคันนั้นอย่างฉงน
“คุณไปเอาจักรยานมาจากไหน?”
เผยเจาหวายยกคางขึ้นอย่างนักเลง
“พี่มีวิธีของพี่ รีบขึ้นมาได้แล้ว”
เวินซูหว่านคร้านจะเถียงกับเขา จึงหย่อนตัวนั่งบนเบาะหลังอย่างมั่นคง
เผยเจาหวายเอื้อมมือมาจับมือเธอวางไว้ตรงหน้าท้องของตัวเอง ก่อนกำชับ
“กอดให้แน่น ตกลงไปพี่ไม่รับผิดชอบนะ”
เวินซูหว่านตั้งใจจะชักมือกลับตามสัญชาตญาณ แต่เผยเจาหวายกลับใช้มือข้างหนึ่งกดมือเธอแนบเอวไว้ ส่วนอีกมือจับแฮนด์อย่างมั่นคง แล้วออกแรงถีบบันไดปั่นพารถแล่นไปข้างหน้า
ตอนจักรยานเริ่มออกตัว รถก็โคลงเล็กน้อย เวินซูหว่านใจหาย กลัวว่าเขาจะปั่นไม่มั่นคงจนทำเธอตกลงไป จึงรีบกระชับแขนทั้งสองข้าง กอดเอวเขาไว้แน่น
สัมผัสใต้ฝ่ามือแน่นกระชับและแข็งแกร่ง ไม่ได้นุ่มหยุ่นเหมือนเนื้อหนังของนักเลงข้างถนนที่เอาแต่เหลวไหลอย่างที่คิด หัวใจเธอพลันไหววูบ
ปลายนิ้วขยับลูบไล้ลงไปอย่างไม่รู้ตัว สัมผัสกล้ามเนื้อที่เป็นลอนชัดเจนอย่างละเอียด ใจหนึ่งก็อดประหลาดใจไม่ได้ นักเลงข้างถนนที่ดูเอ้อระเหยลอยชายคนนี้กลับมีซิกซ์แพ็กถึงแปดก้อน
เผยเจาหวายที่ปั่นอยู่ด้านหน้ามองมือน้อย ๆ ของเธอที่ไม่อยู่นิ่ง ลูกกระเดือกขยับ เขากัดฟันเตือนเสียงต่ำ
“เวินซูหว่าน พี่แนะนำให้เธอเอามือออกเดี๋ยวนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนก็แล้วกัน”
เวินซูหว่านได้สติขึ้นมาทันที รีบชักมือกลับ ทั้งยังปากแข็งกล่าวโทษเขากลับ
