วันขึ้นปีใหม่ ท้องฟ้ายังไม่สว่างดี เสียงประทัดก็ดังขึ้นแล้ว
จางหวยเซิงถูกปลุกให้ตื่น พอลืมตาก็เห็นกระดาษหน้าต่างยังเป็นสีเทาสลัว ข้างนอกเสียงประทัดดังเปรี้ยงปร้างต่อเนื่องกันไปทั้งแถบ
เธอพลิกตัว จางเสวียหมิงยังนอนอยู่ข้าง ๆ ผ้าห่มคลุมหน้าไปครึ่งหนึ่ง
เธอยื่นมือดึงผ้าห่มลง จางเสวียหมิงครางงึมงำ พลิกตัวอีกครั้งแล้วก็หลับต่อ
เธอไม่ได้ปลุกเขา ลุกขึ้นแต่งตัวเองเงียบ ๆ
เสื้อบุนวมตัวใหม่ที่อนุภรรยาคนที่สองส่งมาเมื่อคืนเป็นสีแดงลายดอกเล็ก ๆ ขลิบขอบด้วยขนกระต่ายรอบตัว สวมแล้วอุ่นสบาย
เธอสวมเสื้อคลุม แล้วใส่รองเท้าปักลายคู่ใหม่ หัวรองเท้าปักดอกเหมยสีชมพูไว้หนึ่งดอก
พอเปิดประตู ลมหนาวก็พัดกรูเข้ามา ทำเอาเธอสะท้านวูบ
ลานบ้านถูกกวาดจนสะอาดเอี่ยม บนพื้นอิฐสีเขียวยังมีเศษประทัดที่จุดเมื่อคืนหลงเหลืออยู่ กระดาษแดงกระจายเต็มพื้น ถูกลมพัดให้หมุนคว้าง
ใต้ชายคาแขวนโคมแดงไว้ พอลมพัดก็แกว่งไกวไปมา
เธอเดินตามระเบียงไปยังเรือนทิศตะวันออก พอถึงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงพูดคุยจากข้างใน
เธอผลักประตูเข้าไป จางโส่วฟางตื่นแล้ว กำลังนั่งหวีผมอยู่บนขอบเตียงไฟ หวีไม้ท้อค่อย ๆ สางจากโคนจรดปลายผม
จางเสวียเหลียงนั่งอยู่ข้างโต๊ะ มือประคองถ้วยชาร้อน
“พี่สาวใหญ่ สุขสันต์วันปีใหม่! พี่ชายใหญ่ สุขสันต์วันปีใหม่!” จางหวยเซิงร้องทักเสียงใส
จางโส่วฟางหันมามองเธอ “ปากหวานเสียจริง”
“แน่นอนสิ ปีใหม่ทั้งทีนี่นา”
จางเสวียเหลียงวางถ้วยชา ล้วงซองกระดาษแดงจากอกเสื้อแล้วยื่นให้เธอ “เงินแต๊ะเอีย”
จางหวยเซิงรับมา บีบดูแล้วพบว่าซองบาง ๆ ข้างในเป็นเหรียญเงินหนึ่งเหรียญ
เธอเก็บใส่กระเป๋า “ขอบคุณค่ะพี่ชายใหญ่”
จางโส่วฟางหวีผมเสร็จแล้วลุกขึ้น ล้วงซองกระดาษแดงจากตู้ข้างเตียงไฟแล้วยัดใส่มือเธอด้วย “เอาไปสิ”
“พี่สาวใหญ่ก็มีให้ด้วยเหรอ?”
“พี่สาวเธอไม่ใช่คนถังแตกเสียหน่อย”
จางหวยเซิงหัวเราะคิกคัก เก็บซองกระดาษแดงทั้งสองซองใส่กระเป๋าพร้อมกัน
ตอนนั้นจางเสวียหมิงก็วิ่งเข้ามา ผมชี้ฟู เสื้อบุนวมติดกระดุมผิดตำแหน่ง
จางโส่วฟางดึงเขาเข้ามา จัดกระดุมให้ใหม่แล้วมอบซองกระดาษแดงให้เขาอีกซอง
