จางหวยเซิงไม่ขยับตัว เพียงเกาะกรอบประตูแล้วมองจางจั้วเซียงกับหยางอวี้ถิง
เธอรู้จักสองคนนี้ ชาติก่อนเคยเห็นรูปพวกเขาในหนังสือ
จางจั้วเซียงเป็นสหายสนิทที่สุดของจางจั้วหลิน ต่อมาครั้นจางเสวียเหลียงขึ้นมามีอำนาจ เขาก็ยังคงซื่อสัตย์ไม่เปลี่ยน
ส่วนหยางอวี้ถิงนั้นต่างออกไป เขามีความสามารถ แต่ทะเยอทะยานสูง สุดท้ายก็ตายในห้องพยัคฆ์
เธอเอียงคอมองหยางอวี้ถิงแวบหนึ่ง
หยางอวี้ถิงก็มองเธออยู่เช่นกัน เขาดันแว่นขึ้นแล้วกระซิบอะไรบางอย่างกับคนข้างกาย
คนข้างกายยิ้มออกมา
จางหวยเซิงเอียงคอ ก่อนจะถามคนที่กำลังยิ้มว่า “คุณอา ยิ้มอะไรหรือคะ?”
คนคนนั้นหุบยิ้ม
จางจั้วหลินหันกลับไปถลึงตาใส่เขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับจางหวยเซิง “รีบกลับไปใส่รองเท้า อย่ามายืนเกะกะตรงนี้”
“หนูไม่ได้เกะกะสักหน่อย” จางหวยเซิงว่า “แค่มาดูเฉย ๆ ดูเสร็จแล้วก็กลับค่ะ”
เธอมองผู้คนใต้ระเบียงทีละคนอย่างเปิดเผย พอดูครบแล้วก็หันหลังกลับเข้าห้องไป
ปีนขึ้นเตียงเตาใส่รองเท้าเสร็จก็ลงมา เดินไปชะโงกหน้าที่ประตู “พ่อคะ พี่รองอยู่ไหน?”
“แม่คนที่สองพาเขาไปกินข้าวแล้ว ลูกก็ไปด้วยสิ”
“แล้วพ่อจะกินเมื่อไหร่คะ?”
“เดี๋ยวพ่อค่อยกิน”
“งั้นพ่อรีบหน่อยนะคะ ข้าวเย็นแล้วจะไม่อร่อย”
พูดจบจางหวยเซิงก็วิ่งจากไป เสียงฝีเท้าตึงตังวิ่งไปตามระเบียงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก
ผู้ใหญ่ไม่กี่คนที่อยู่ใต้ระเบียงมองหน้ากันไปมา
จางจั้วเซียงกระซิบว่า “ท่านแม่ทัพ เด็กผู้หญิงคนนี้…ใจกล้าไม่เบาเลยนะครับ”
มุมปากจางจั้วหลินขยับเล็กน้อย เขาพยายามกลั้นยิ้มแต่ก็กลั้นไม่อยู่ “...ได้เชื้อพ่อมาเต็ม ๆ”
หยางอวี้ถิงยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่พูดอะไร เพียงมองแผ่นหลังของจางหวยเซิงที่วิ่งไกลออกไป ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
ตอนจางหวยเซิงวิ่งไปถึงเรือนทิศตะวันออก จางเสวียหมิงกำลังนั่งดื่มโจ๊กอยู่บนเตียงเตา แม่คนที่สองนั่งป้อนเขาทีละช้อนอยู่ข้าง ๆ
