“เมื่ออาเยียนจัดการธุระทั้งปวงเรียบร้อย ก่อนวันตรุษจีนน้อยในวันที่ยี่สิบสามเดือนสิบสอง นางจะต้องรีบกลับหมู่บ้านชิงฉือให้ได้แน่นอน!
ไม่รู้ว่าคราวนี้เมื่อกลับถึงบ้าน ท่านสามีจะหมดแรงจนต้องประคองกำแพงออกมาต้อนรับหรือไม่...”
ถ้อยคำแสนออดอ้อนในจดหมาย ทำให้กู้ฝานยกมุมปากขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ผู้หญิงคนนี้ พูดจายังไม่รู้จักยั้งปากเหมือนเดิม”
เขาส่ายหน้าอย่างขบขัน ก่อนแก้ห่อผ้าสีฟ้าที่วางอยู่ข้างกายออก
ห่อผ้าคลี่ออก เผยให้เห็นเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีฟ้าตัวหนึ่ง
บนเสื้อคลุมผ้าฝ้ายมีหมวกหัวเสือใบเล็กวางอยู่
หมวกใบเล็กตัดเย็บจากผ้าไหมชั้นเลิศแคว้นสู่สีแดงสดเป็นมงคล ปักอักษร “หวัง” อย่างเป็นระเบียบด้วยด้ายทอง
สองข้างประดับปุยขนกระต่ายสีขาว ดวงตาเสือฝังไข่มุกกลมเกลี้ยง ดูน่าเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง
คุณนายอู่ชะโงกหน้ามองเห็นแล้วอดประสานมือชมเชยไม่ได้ “โอ้! ฝีมือเย็บปักของคุณหญิงช่างใส่ใจจริง ๆ!
คุณชายดูขอบหมวกนี่สิ ขลิบด้วยฝีเข็มเรียบแน่นละเอียด ด้านในยัดด้วยนุ่นไหมเนื้อนุ่ม นุ่มฟูกว่าปุยฝ้ายเสียอีก”
หว่านหวานกำลังเคี้ยวโจ๊กข้าวข้นอยู่ พลันเหลือบเห็นหมวกใบเล็กสีแดงสด
เด็กหญิงตัวน้อยไม่ยอมกินข้าวต่อแล้ว ทั้งยังอมโจ๊กไว้ในปาก มือไม้โบกสะบัดอย่างตื่นเต้น
“พี่...ชาย!”
หว่านหวานชี้หมวกด้วยนิ้วมือเล็ก ๆ ส่งเสียงเรียกใสกังวาน “ของ...ข้า! หมวกของข้า!”
หัวใจกู้ฝานอ่อนยวบ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความเอ็นดู “ได้ ๆ ๆ ของเจ้า”
กู้ฝานอุ้มหว่านหวานขึ้นมานั่งบนตัก แล้วสวมหมวกหัวเสือให้นาง
ยิ่งขับให้ใบหน้ากลมป้อมของเด็กหญิงขาวผ่องอมชมพู ปุยขนสีขาวสองลูกห้อยอยู่ข้างหู เมื่อศีรษะน้อยขยับ ปุยขนก็ไหวตามเบา ๆ
