กู้ฝานยกธนูขึ้นอีกครั้ง ปลายศรเล็งไปยังเสาไม้ บ่าและแผ่นหลังเกร็งแข็งเพราะออกแรงมากเกินไป
อาเยียนยืนอยู่ข้าง ๆ มาแต่แรก ครั้นเห็นเขาปรับท่าติดต่อกันหลายครั้ง จึงวางชามน้ำในมือลง แล้วค่อย ๆ เดินไปยืนข้างกายเขา
“ท่านสามี ตรงนี้เหมือนจะต่ำไปหน่อย”
นางยื่นมือออกไป ประคองแขนที่ถือธนูของกู้ฝานเบา ๆ แล้วยกศอกเขาขึ้นครึ่งชุ่น จากนั้นใช้นิ้วแตะไหล่ของเขา
“ตรงนี้อย่าเกร็งเกินไป ผ่อนหัวไหล่ลงอีกหน่อย”
กู้ฝานปรับท่าตามคำบอก ทว่าคิ้วและดวงตากลับขยับเล็กน้อย
ยามอาเยียนเอ่ยวาจา น้ำเสียงยังคงอ่อนหวาน ทว่าท่วงท่ากลับแม่นยำยิ่ง นางไม่แตะต้องหางศรจนคลาดเคลื่อน ทั้งยังไม่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่อาจถูกสายธนูดีดกลับ
นี่ไม่เหมือนคำชี้แนะที่พูดไปตามปาก กู้ฝานจึงไม่ซักถาม เพียงคงท่าดึงสายธนูไว้ แล้วเอ่ยถามต่อว่า “แล้วต่อจากนั้นเล่า?”
อาเยียนยืนอยู่ข้างกาย สายตาจับอยู่ที่ด้ามศร ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “วางศรไว้ด้านนอกไปหน่อย ลมหายใจก็ถี่เกินไปด้วย ท่านสามีหายใจเข้าก่อน ตอนดึงสายธนูค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก รอให้จิตใจและมือมั่นคงแล้วค่อยปล่อย”
เอ่ยจบ นางพลันนึกขึ้นได้ถึงบางสิ่ง นิ้วมือหยุดค้างกลางอากาศ แววสับสนวูบหนึ่งปรากฏขึ้นในดวงตา
กู้ฝานวางศรใหม่ตามที่นางบอก ปรับลมหายใจ ดึงสายธนูจนตึงเต็มที่ แต่ไม่ได้รีบปล่อยมือ
ชั่วขณะถัดมา ศรพุ่งออกจากสาย ปักเข้าที่ขอบเสาไม้พอดี
แม้ยังยิงไม่เข้าใจกลางเป้า แต่ก็ดีกว่าก่อนหน้านี้มากแล้ว
กู้ชูไม่ทันได้เสียดายเงิน รีบอุ้มหว่านหวานเดินเข้าไปใกล้ด้วยความตื่นเต้น “ว้าว! พี่สะใภ้ใหญ่เก่งจริง ๆ ยังรู้เรื่องยิงธนูด้วยหรือ?”
