ชายที่ถูกกรีดเปิดอกและท้องก่อนหน้านี้ยังไม่ตายสนิท กำลังใช้มือกุมบาดแผลพลางขยับตัวไปทางพุ่มไม้ เมื่อเห็นกู้ฝานถือดาบเดินมา เขาก็ส่ายหน้าอย่างหวาดกลัว ปากพร่ำร้องขอชีวิตไม่หยุด
“ไม่ใช่ข้าที่จะทำให้เจ้าพิการ เป็นถงเซิงแซ่กู้ที่จ้างพวกข้ามา เงินก็เป็นเขารับปากว่าจะให้!”
“ข้ารู้”
กู้ฝานหยุดอยู่เบื้องหลังเขา น้ำเสียงสงบนิ่ง
“ดังนั้นเขาก็ต้องตายด้วย”
คมดาบฟาดลงมา เส้นทางบนเขากลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
ตั้งแต่ชักดาบจนคนทั้งสี่ล้มลง ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ ชายเสื้อของกู้ฝานเปื้อนเลือด แต่มือที่กำดาบยังคงมั่นคง มีเพียงลมหายใจที่ถี่กระชั้นกว่าเดิมเล็กน้อย
กู้ฉื่อเชิงยืนอยู่ห่างออกไปสิบกว่าก้าว หีบหนังสือร่วงลงไปกองกับพื้นแล้ว
เดิมทีเขาคิดว่ากู้ฝานมีเพียงพละกำลัง แต่ไม่มีฝีมือ อันธพาลเมืองสี่คนที่ช่ำชองเรื่องใช้กำลังย่อมจัดการอีกฝ่ายได้ ใครจะรู้ว่าเพียงชั่วพริบตา คนทั้งสี่กลับนอนตายเกลื่อนอยู่บนเส้นทางบนเขา
เมื่อเห็นกู้ฝานประหนึ่งเทพมารจุติลงมา กู้ฉื่อเชิงก็หันหลังวิ่งหนีทันที กระทั่งภาพลักษณ์ของบัณฑิตก็ไม่สนใจอีกแล้ว
“กู้ฝาน เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ! ข้าเป็นอาแท้ ๆ ของเจ้านะ!”
กู้ฝานถือดาบไล่ตาม ฝีเท้าไม่เร่งร้อน ทว่าระยะห่างกลับลดลงอย่างรวดเร็ว
กู้ฉื่อเชิงได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง ก็รีบยกชายเสื้อขึ้น พลางกล่าวอย่างปากกล้าขาสั่นว่า “ข้ามีสถานะเป็นถงเซิง วันหน้ายังต้องสอบซิ่วไฉ! หากเจ้าฆ่าข้า ทางการจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
กู้ฝานไม่หยุดฝีเท้า กู้ฉื่อเชิงหันกลับมาเห็นเลือดบนคมดาบ ขาก็พลันอ่อนยวบ ล้มลงไปในคูโคลนข้างทาง
เขาไม่สนใจความเจ็บปวด ใช้ทั้งมือและเท้าคลานถอยหลัง เสื้อคลุมยาวสะอาดสะอ้านเปื้อนดินโคลนจนมอมแมม
