จางฝูไหนเลยจะเคยเห็นภาพนองเลือดเช่นนี้ เขาเพิ่งคิดจะมุดลงใต้รถ ม้าศึกนายหนึ่งก็เตะเข้าที่กลางหลังจนกระอักเลือด ล้มคว่ำลงกับพื้นทันที
จ้าวเฮยหู่ลงจากม้าอย่างเชื่องช้า เดินมาหยุดตรงหน้าจางฝู ก่อนเหยียบลงบนอกเขาเต็มแรง
กร๊อบ
จางฝูรู้สึกว่าซี่โครงหัก ความเจ็บปวดทำให้ลูกตาแทบถลนออกมา สองมือจับรองเท้าบู๊ตของจ้าวเฮยหู่ไว้
จ้าวเฮยหู่ยกสันดาบขึ้นฟาดลงบนแขนซ้ายของเขา
กร๊อบ!
“อ๊าก...”
เสียงกระดูกหักดังขึ้นอีกครั้ง แขนซ้ายของจางฝูหักทั้งท่อน ความเจ็บปวดทำให้แทบสิ้นสติ
จ้าวเฮยหู่บดขยี้อกของจางฝู ก่อนสั่งลูกน้องให้ตัดหูคนตายใส่ถุงผ้า
เห็นลูกน้องลงมือตัดหูใส่ถุงอย่างชำนาญ จ้าวเฮยหู่ก็ตบหน้าจางฝูเบา ๆ ท่าทางโอหังถึงขีดสุด
“ไว้ชีวิตสุนัขอย่างเจ้า จงไสหัวกลับเมืองเจี้ยเป่ย แล้วฝากคำไปบอกเจ้าคนบ้านนอกกู้ฝานว่า เงินห้าแสนตำลึงนี้ ฉินอ๋องของพวกเรายืมไปซื้อมาแล้ว
บอกให้รู้จักกาลเทศะ ต่อจากนี้ทุกเดือนจงส่งเงินมาแสดงความกตัญญูอีกหนึ่งแสนตำลึงโดยดี หาไม่แล้ว รอให้องค์ชายลงมือ นำทัพใหญ่เหยียบย่ำแดนตะวันตกเฉียงเหนือให้ราบ!”
กล่าวจบ เขาก็เตะจางฝูจนกระเด็นกลิ้งไปในพงหญ้าข้างทาง จากนั้นนำทหารม้าสามพันนายและเกวียนใหญ่กว่าร้อยคันจากไปอย่างย่ามใจ
ภายในหุบเขาเหลือเพียงซากศพเกลื่อนพื้นกับกลิ่นคาวเลือด
จางฝูนอนคว่ำอยู่บนกองหญ้ารก กระอักเลือดออกมาหลายคำ กว่าจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปนาน
เขามองม้าตัวหนึ่งที่ยังไม่มีใครจูงไป กัดฟันกรอด ก่อนลากแขนซ้ายที่หักกับถุงหูเปื้อนเลือดขึ้นหลังม้า......
ฉินอ๋องงั้นหรือ!
เจ้าจะต้องเสียใจ กองทัพตะวันตกเฉียงเหนือไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะมาลบหลู่ได้!
