รุ่งสางวันถัดมา ณ เรือนอุ่นปีกตะวันออก เย่จิ้งหวงสวมกระโปรงผ้าฝ้ายลายดอกสีเขียว ผมยาวเกล้าขึ้นอย่างลวก ๆ กำลังผูกเสื้อคลุมขนให้กู้ฝาน
นางลูบเสื้อคลุมให้เรียบ เงยใบหน้าน้อย ๆ ขึ้นเอ่ยเสียงนุ่มนวลว่า “ท่านสามี ลมที่ชายหาดรกร้างแรงนัก ชายฉกรรจ์ห้าพันกว่าคนเบียดเสียดกันอยู่ หากท้องว่างย่อมก่อเรื่องได้ง่าย ให้โจวผิงพาคนคุ้มกันหมู่บ้านไปเพิ่มอีกสักหลายคนเถิด หากไม่มีดาบในมือ ก็ข่มสถานการณ์ไม่อยู่”
กู้ฝานกุมมือนางไว้ แววตาอ่อนโยน “เมื่อคืนวานแจกเสบียงไปแล้ว ย่อมไม่เกิดเรื่องใหญ่ ข้างนอกหนาว เจ้าอยู่ในห้องดูแลหว่านหวาน อย่าให้ความหนาวจับเอา”
เย่จิ้งหวงแนบอกเขา ถูไถเบา ๆ พลางเอ่ยเสียงอ่อน “อาเยียนจะเชื่อฟังท่านสามี ยามเที่ยงข้าจะตุ๋นแกงเนื้อแพะไว้ ท่านกลับมาแต่เนิ่น ๆ แล้วดื่มสักชาม จะได้คลายหนาว”
กู้ฝานก้มลงแตะหน้าผากนางเบา ๆ กระชับเสื้อคลุม แล้วผลักประตูออกไป
ใต้ระเบียงทางเดินในลานบ้าน โจวผิงรออยู่ก่อนแล้ว
ดาบหลอมร้อยเที่ยวแขวนอยู่ที่เอว เมื่อเห็นม่านประตูถูกเปิด โจวผิงก้าวออกมาหนึ่งก้าว ค้อมกายประสานมือ
“พระองค์ รถเทียมม้าและคนครัวเตรียมพร้อมหมดแล้ว ก่อนฟ้าสางก็เริ่มก่อไฟกันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
กู้ฝานพยักหน้า ลมหายใจกลายเป็นไอขาว “ชายหาดรกร้างเป็นอย่างไรบ้าง ช่วงหลายวันนี้สงบเรียบร้อยหรือไม่”
“กราบทูลพระองค์ โดยรวมยังพอสงบพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่คนมีมากเกินไป หมั่นโถวหลายร้อยลูกแจกไปแล้ว ย่อมมีคนเห็นว่าน้อยแล้วแย่งชิงกัน พอฟ้าสาง คนหลายกลุ่มทางตะวันออกก็เริ่มผลักกันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสองมิได้พูดอะไรต่อ ต่างมุ่งหน้าไปยังชายหาดรกร้างทางตะวันตกของหมู่บ้าน
บนชายหาดรกร้างมีเพิงหญ้าชั่วคราวตั้งอยู่
