หลี่ต้าชุยตบอกดังป้าบ “ท่านป๋อสั่งให้พวกเราบุกทางใด พวกเราก็บุกทางนั้น!”
กู้ฝานยิ้มพลางโบกมือ ให้โจวผิงอยู่แจกเงิน ส่วนตนพากู้ชูกับอาเยียนไปสมทบกัน แล้วกลับคฤหาสน์ป๋อพร้อมกัน
เมื่อกลับถึงเรือนริมตะวันออก เพียงเปิดม่านผ้าฝ้ายของเรือนอุ่น ก็เห็นแม่นมอู่นั่งแกะวอลนัตอยู่บนเก้าอี้ปักเย็บประดับ
บนเตียงนุ่ม หว่านหวานสวมเสื้อบุผ้าฝ้ายสีแดง กอดเสือหูยาวกลิ้งไปมา
ได้ยินเสียงม่านประตู เด็กหญิงตัวน้อยก็ชะงัก ก่อนพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง ดวงตากลมจ้องเย่จิ้งหวงไม่วางตา
“พี่...พี่สะใภ้ใหญ่!”
หว่านหวานโยนเสือหูยาวทิ้ง แล้วก้าวขาสั้น ๆ วิ่งลงจากลำใย ยื่นแขนป้อมกลมเข้าโผกอดเย่จิ้งหวง
มือเล็กอวบอูมกำเสื้อของเย่จิ้งหวงไว้ เงยใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นถาม
“พี่...พี่สะใภ้ใหญ่! หว่านหวานคิดถึง ท่านคิดถึงหว่านหวานหรือไม่?!”
เย่จิ้งหวงอุ้มเจ้าก้อนเนื้อขึ้นมา แนบแก้มถูไถกับใบหน้าน้อย ๆ
“พี่สะใภ้ใหญ่คิดถึงหว่านหวานทุกวัน”
น้ำเสียงของเย่จิ้งหวงอ่อนโยนยิ่ง “ยามต้องลมหนาวอยู่แดนตะวันตกเฉียงเหนือก็คิดถึง ยามกินแผ่นแป้งแห้งแข็งก็คิดถึง แม้แต่ตอนควบม้ารุดเดินทาง ก็เพื่อจะได้กลับมากอดหว่านหวานของเราให้เร็วขึ้น”
“คิกคิกคิก!”
หว่านหวานหัวเราะร่า ซุกศีรษะน้อย ๆ เข้ากับซอกคอของเย่จิ้งหวง
ตรงมุมเรือนอุ่น ต้าหวงกับเอ้อร์หวงที่กำลังงีบอยู่บนผืนพรมพลันชูหูขึ้น
เสือทั้งสองยังโตไม่เต็มวัยย่นจมูก สูดกลิ่นที่คุ้นเคยได้
“โฮก...”
ลูกเสือทั้งสองส่งเสียงครางอย่างยินดี ไม่สนใจหว่านหวานที่ปกติพวกมันชอบอยู่เป็นเพื่อนอีกต่อไป ต่างพุ่งเข้าหาเท้าของเย่จิ้งหวง
