กู้ชูอุ้มหว่านหวานยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตากลมโตมองกู้ฝานทีหนึ่ง แล้วมองหญิงสาวบนเตียงเตาอีกที ในหัวมีเพียงความคิดเดียว... เขามีพี่สะใภ้เพิ่มมาอีกคนแล้ว
หญิงชุดแดงมองแผ่นหลังของกู้ฝานที่รีบรุดจากไป ความสับสนในดวงตาค่อย ๆ เลือนหาย มุมปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะกลับไปมีท่าทีอ่อนแรงดังเดิมในชั่วพริบตา
กู้ฝานทำทีไปตักน้ำ ทว่าแท้จริงแล้วเขาดึงน้ำบ่อวิญญาณออกมาจากมิติ จากนั้นยื่นถ้วยน้ำไปจ่อริมฝีปากของหญิงสาว ให้นางค่อย ๆ ดื่ม
ไม่ว่านางจะแกล้งความจำเสื่อมหรือความจำเสื่อมจริง ขอเพียงยังอยู่ตรงหน้า ไม่ช้าก็เร็วต้องเผยพิรุธออกมา
เมื่อหญิงสาวดื่มน้ำหมดแล้ว กู้ฝานก็วางถ้วยดินเผาลง หันไปบอกกู้ชูที่ยังตั้งสติไม่ได้ว่า “ไปเชิญหมอเฒ่ามา บอกว่าคนไข้ฟื้นแล้ว”
กู้ชูอ้าปากเหมือนจะถาม แต่สุดท้ายก็กลืนคำถามนับไม่ถ้วนลงคอ วางหว่านหวานลงในเปลแล้ววิ่งออกจากประตูเรือน
ไม่นานนัก หมอเฒ่าก็สะพายหีบยารีบรุดมาถึง
เขาตรวจชีพจรให้หญิงสาวก่อน จากนั้นเปิดเปลือกตาดู แล้วตรวจบาดแผลจากลูกธนูที่เย็บปิดแล้วกับบาดแผลที่ขา
บาดแผลที่เดิมลึกจนเห็นกระดูกเริ่มสมานแล้ว บาดแผลจากลูกธนูตรงหน้าอกซึ่งอันตรายที่สุดก็ไม่มีเลือดไหลซ้ำ ชีพจรแม้ยังอ่อนแรง แต่มั่นคงกว่าสองวันก่อนมากนัก
หมอเฒ่าตรวจชีพจรซ้ำหลายครั้ง พลางลูบเคราไปมาและเอ่ยชมไม่ขาดปาก
“บาดแผลหนักหนาถึงเพียงนี้ ไม่เพียงรอดมาได้ ยังฟื้นตัวได้ดีเช่นนี้ ช่างเป็นปาฏิหาริย์จริง ๆ”
กู้ฝานยืนอยู่ข้างเตียงเตา สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ทว่าในใจกลับกระจ่างชัดยิ่ง
แน่นอนว่าน่าอัศจรรย์
