ฮั่วหลินแทบไม่ได้นอนทั้งคืน
ตอนแรกเจียงอู๋ยังนอนดี ๆ อยู่ตรงกลางระหว่างหมาป่าหิมะสองตัว
แต่พอหลับสนิท ท่านอนของเธอก็เริ่มไม่อยู่กับร่องกับรอย
เธอกลิ้งไปทางขวาเล็กน้อย ร่างครึ่งซีกแนบเข้าไปในอ้อมแขนของฮั่วหลิน มือยังจับขนของฮั่วฉางชวนไว้แน่น
ฮั่วฉางชวนชินกับการที่เธอนอนดิ้นตั้งนานแล้ว จึงยกขาหน้าพาดเอวเธออย่างเป็นธรรมชาติ คอยปกป้องเธอไว้ตรงกลาง
ตอนแรกฮั่วหลินเกร็งเล็กน้อย แม้แต่ลมหายใจก็ยังเบาลง
จนกระทั่งเจียงอู๋เบียดเข้าหาเขาอีกนิด
ร่างนุ่มนิ่มแนบชิดกับเขา เส้นผมปัดผ่านปลายจมูก ส่งกลิ่นหอมหวานหลังอาบน้ำ
เขาค่อย ๆ ชินกับมัน
ต่อมา ตอนเจียงอู๋พลิกตัวในห้วงนิทราและกำลังจะออกจากอ้อมแขน เขาก็ขยับเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว
เพื่อให้เธอกลับมาซบเขาอีกครั้ง
พอเธอซบกลับมา ฮั่วหลินก็รู้สึกว่ายังไม่พอ
เขาอยากเข้าใกล้อีกหน่อย
แค่นิดเดียว
หมาป่าหิมะตัวมหึมาค่อย ๆ ขยับเข้าไป แปะตัวแนบกับเธอให้แน่นกว่าเดิม
-
รุ่งเช้า
ม่านหน้าต่างเปิดออกเองเป็นช่องแคบ ๆ แสงอาทิตย์สาดเข้ามาในห้อง แต่เจียงอู๋ยังหลับปุ๋ย
หมาป่าหิมะสองตัวคืนร่างมนุษย์ไปก่อนแล้ว
ชายหนุ่มสองคนรูปร่างสูงโปร่งนั่งเปลือยท่อนบนอยู่ข้างเตียง คนหนึ่งตัวใหญ่กว่าอีกคน เตียงที่กว้างขวางอยู่แล้วจึงดูแคบลงไปถนัดตา
ฮั่วฉางชวนก้มมองเวลา
“ที่รัก”
เจียงอู๋ไม่มีปฏิกิริยา
เธอพลิกตัวแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมหัว
ฮั่วฉางชวนดึงผ้าห่มลงมานิดหนึ่ง
“ได้เวลาตื่นแล้ว”
“ขอนอนต่ออีกห้านาที…”
ฮั่วหลินเตือน “วันนี้เธอต้องไปหอคอยดำนะ”
คนบนเตียงไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย
แก้มของเจียงอู๋แดงระเรื่อ ขนตาหนาหลุบลงอย่างสงบ ริมฝีปากนุ่มนิ่มเป็นสีแดงระเรื่อ
