เซี่ยจี้ไป๋เตรียมจะไปเล่าให้เจียงอู๋ฟังถึงบาดแผลในใจที่ครอบครัวเดิมทิ้งไว้ให้เขา
แต่ก่อนอื่น เขาต้องสืบให้รู้เรื่องครอบครัวของพี่สาวเสียก่อน
เพราะประสบการณ์เดียวกัน เมื่อเล่าให้คนต่างคนฟัง ความน่าสงสารที่อีกฝ่ายสัมผัสได้ก็ไม่เท่ากัน
เขาต้องคิดดูว่าจะพูดยังไงให้ตัวเองดูน่าสงสารเป็นพิเศษ
เซี่ยจี้ไป๋เปิดสมองแสงอย่างระมัดระวัง แล้วค้นหาข้อมูลครอบครัวของเจียงอู๋
ไม่กี่นาทีต่อมา เซี่ยจี้ไป๋ก็พบข้อมูลสาธารณะของพ่อแม่เจียงอู๋
พ่อเป็นผู้พิทักษ์ที่เสียชีวิตในสนามรบ
แม่เป็นแพทย์สนามที่สละชีพ
เซี่ยจี้ไป๋ “……”
เขาปิดสมองแสงลงเงียบ ๆ
ดีนะที่ยังไม่ได้พูด
ถ้าเขาบอกเจียงอู๋ว่าถูกพ่อซ้อมจนแย่ อีกฝ่ายคงคิดว่าเขาอวดว่าตัวเองมีพ่อก็ได้
แผนเล่าเรื่องครอบครัวเดิมจึงถูกยกเลิกไป
เซี่ยจี้ไป๋กลับไปยืนข้างหน้าต่างสังเกตการณ์อีกครั้ง
ตัดสินใจว่าจะคอยปกป้องพี่สาวอยู่ห่าง ๆ ต่อไปดีกว่า
หลังเลิกงาน
เจียงอู๋ขึ้นไปนั่งบนหลังมังกรดำตามปกติ
ตอนแรกเธอยังรู้สึกแปลกใหม่กับการขี่มังกรกลับบ้านทุกวัน
ทั้งมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล แถมยังเร็วอีกด้วย
แต่พอนั่งต่อเนื่องมาหลายวัน ต่อให้เป็นกิจกรรมที่สนุกแค่ไหนก็กลายเป็นการเดินทางไปกลับแบบเดิม ๆ ได้
ยิ่งตอนนี้เย่ซั่วบินได้นิ่งและราบเรียบมาก
ไม่ต้องพูดถึงความตื่นเต้นเลย เจียงอู๋แทบอยากหยิบสมองแสงออกมาเล่นฆ่าเวลา
