“จริงสิ อีกสักพักข้าจะลงจากเขา ตอนนั้นถ้าท่านผู้อาวุโสไม่เอาไหน อาจารย์อาน้อย ท่านช่วยดูแลหน่อยเถิด อย่าให้ศิษย์น้องรองของข้าเข้าครัวเด็ดขาด”
คำพูดของม่อหลินเต็มไปด้วยความหม่นเศร้าดุจขุนศึกฝากฝังบุตรก่อนสิ้นชีพ
ฝ่ายอาจารย์อาน้อยผู้ถูกฝากฝังนั้นวางตะเกียบอย่างงงงวย มองเด็กทั้งสามตรงหน้าแล้วชี้มาที่ตนเอง “ข้า อายุสิบสาม”
จากนั้นก็ยื่นมือเรียวยาวออกมา หงายฝ่ามือขึ้น กวาดมือไปตามเด็กสามคนที่นั่งเรียงกันราวกับกำลังแนะนำตัว “จิ่นเซวียนสิบห้า หยวนเย่สิบหก เยี่ยนชิงสิบเจ็ด”
ทั้งสามคนวางตะเกียบพร้อมกัน เงยหน้าสบตาผู้เป็น “ผู้อาวุโส” ทั้งสองด้วยความไม่เข้าใจ
หลินตู้สูดลมหายใจลึก มือขวาที่ยื่นออกไปค้างกลางอากาศ แบมือ แบบเดียวกับท่ายักไหล่แบมือของชายผิวดำในอินเทอร์เน็ต
เมื่อมองดวงตาหวานแววใสจริงใจของอาจารย์อาน้อย ม่อหลินก็วางน่องไก่ในมือ แล้วตอบกลับด้วยสายตาแน่วแน่ไม่แพ้กัน
“แม้ท่านจะอายุน้อย แต่ตามลำดับศักดิ์แล้วท่านก็คืออาจารย์อาน้อยของเรา เด็กพวกนี้ยังเล็กทำอาหารไม่เป็น ส่วนท่านผู้อาวุโสก็ง่วนอยู่กับการไถนาในฤดูใบไม้ผลิและรวบรวมทรัพยากรบำเพ็ญเพียร ทุกคนล้วนเร่งร้อนจะทะยานสู่สวรรค์ ไม่อยากแบกภาระเลี้ยงเด็ก แต่ท่านจะทนเห็นกล้าพันธุ์แห่งสำนักอู๋ซ่างของเราอดอยากได้หรือ?”
“สำนักอู๋ซ่างของเราขัดสนถึงเพียงนั้นเชียวหรือ? จ้างพ่อครัวสักคนไม่ได้หรือ?”
ม่อหลินได้ยินดังนั้น แววตาพลันหม่นสลดลงทันที “เจ้าต้องรู้ว่า กฎทุกข้อของสำนักล้วนมีเบื้องหลังเป็นประสบการณ์สุดเจ็บปวดที่ไม่มีใครรู้”
