หนีจิ่นเซวียนนำดอกไม้หินห้าสีระดับสวรรค์กลับมา ไม่นานเจียงเหลียงก็นำไปหลอมเป็นโอสถลดหยวนสร้างกระดูกใหม่ด้วยตัวเอง
แต่หลินตู้ยังกินตอนนี้ไม่ได้ นางต้องฟื้นฟูความพร่องที่เกิดจากพลังวิญญาณไหลย้อนเสียก่อน
เฟิ่งเฉาถือแผนที่เขตหวงห้ามที่นางเติมเต็มระหว่างทาง ซาบซึ้งใจยิ่งนัก
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องน่ายินดีที่ไม่คาดคิดของข้าก็คือสิ่งนี้หรือ”
หลินตู้มองป้ายคลังสมบัติในมืออย่างเงียบงัน
หากมองในแง่หนึ่ง กุญแจแห่งเหตุการณ์นี้ก็ตกมาอยู่ในมือนางแล้ว
“ใช่แล้ว” เฟิ่งเฉาลูบศีรษะนาง “ตอนที่ข้าไม่อยู่ เจ้าก็เปิดคลังสมบัติได้ด้วยตัวเอง”
หลินตู้นิ่งคิดครู่หนึ่ง “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ศิษย์พี่ใหญ่ ให้ป้ายคลังสมบัติแก่ข้าก็พอแล้ว เหตุใดต้องให้สมุดบัญชีด้วย”
เฟิ่งเฉายิ้มตาหยีพลางชักมือกลับ ไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อยที่โยนภาระให้เด็ก “ต่อไปใครจะมาเอาของจากคลังสมบัติ ก็มาหาเจ้าได้ เจ้าแค่ลงบันทึกไว้ก็พอ ง่ายมาก”
“ข้ายังเป็นเด็กนะ” หลินตู้อยากโยนของร้อนอย่างสมุดบัญชีทิ้ง “ข้าทำบัญชีไม่เป็น”
“เจ้าจะหลอกข้ารึ ตำราที่ข้าให้เจ้าไปตั้งหนึ่ง ดูเหมือนจะมี ‘ตำราคำนวณสิบบท’ อยู่ด้วยไม่ใช่หรือ เจ้าคงไม่ได้อ่านหมดใช่ไหม ศิษย์พี่ผู้นี้ตั้งใจจารึกญาณทิพย์ของข้าไว้ให้เจ้า...”
หลินตู้มองศิษย์พี่ใหญ่ตรงหน้า พลันนึกถึงครูประจำชั้นคนสวยสมัยประถม แม้งดงามแต่ก็กดดันอย่างจับต้องได้
“จะเป็นไปได้อย่างไร ฮ่า ๆ ๆ” หลินตู้หัวเราะแห้งสองสามครั้ง “ข้าเรียนหมดแล้ว หากไร้คำสอนของศิษย์พี่ ข้าจะเริ่มเรียนค่ายกลได้อย่างไร ข้าแค่...”
“อ้อ ใช่ เจ้าเรียนค่ายกล คำนวณและวางผังต้องเก่งแน่ เช่นนั้นการจดสมุดบัญชีคลังสมบัติ คงง่ายดายนักสินะ”
