“อาจารย์อาน้อย ท่าน...” เซี่ยเทียนอู๋มองกระจกเงินในมือหลินตู้ เอ่ยปากค้างไว้
นางเพิ่งเดินดูรอบห้องหนึ่งรอบ มีเพียงตะเกียงบนโต๊ะที่ไม่ใช่ของในหมู่บ้านนี้ คาดว่าคงเป็น “กล้องสอดส่อง” ที่หลินตู้บอก
ตอนนี้อาจารย์อาน้อยกำลังสอดส่องผู้ใดอีก?
แต่หลินตู้กลับไม่ค่อยพูดอะไรหลังจากกลับมา เอาแต่มองกระจกในมือ ภายในกระจกก็ไม่มีเสียงพูดใด ๆ
“เจอใครคนหนึ่งเข้า เขากำลังทำลายค่ายกล”
“ยังมีค่ายกลที่อาจารย์อาน้อยทำลายไม่ได้อีกหรือ?” เซี่ยเทียนอู๋หลุดปากถามทันที แต่ก็เข้าใจขึ้นมาเร็ว หลินตู้เพิ่งเข้าสำนักได้หนึ่งปี ทำลายไม่ได้จึงเป็นเรื่องปกติ
จิ่นเซวียนและหยวนเย่พร่ำพูดในสำนักทุกวันว่า ฝีมือทำลายค่ายกลของอาจารย์อาน้อยยอดเยี่ยมเพียงใด เซี่ยเทียนอู๋ฟังไปฟังมาก็ลืมไปว่าหลินตู้ยังเป็นเด็ก
เถาเสี่ยนได้ยินจึงเอ่ยปาก “ศาสตร์แห่งค่ายกลนี้ยากจะเข้าถึง ยิ่งยากจะเชี่ยวชาญ ท่านน้อยอายุเท่าไหร่กัน...”
เสียงของหลินตู้ดังขึ้นก่อน “ข้าลงมือเอง หมู่บ้านนี้จะหายไป คงต้องให้เขาจัดการ”
เถาเสี่ยน : ? เขาพูดเกินจริงไปมากทีเดียว
เคล็ดวิชาค่ายกลซับซ้อนหลากหลาย การสลักค่ายกลและการวางค่ายกลเป็นศิลป์หนึ่ง การทำลายค่ายกลก็เป็นศิลป์หนึ่งเช่นกัน
ที่หลินตู้เรียนรู้ได้เร็วกว่าคนทั่วไป เป็นเพราะนางเคยได้รับการฝึกฝนจากคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ผู้ใดก็ตามที่เคยเรียนโอลิมปิกคณิตศาสตร์ตอนเด็ก โตขึ้นเรียนคณิตศาสตร์ขั้นสูงและฟิสิกส์เคมีมาศึกษาค่ายกล ก็จะเข้าใจหลักการของสนามพลังงานได้ดี
แต่วิธีทำลายค่ายกลที่ละเอียดลึกซึ้งอื่น ๆ อีกมากมาย หลินตู้ยังไม่ได้ร่ำเรียน ตอนนางมีวิธีทำลายค่ายกลเพียงสองอย่าง คือหนึ่ง กลับทิศทางหักล้าง สอง คือทำลายสนามพลังงานด้วยความรุนแรง ทำให้พลังงานเสียสมดุล แต่ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นยากจะคาดเดา
พูดง่าย ๆ ก็คือ มันเป็นการทำลายค่ายกลที่สวยงามแบบไม่สนว่าใครจะตาย
หลินตู้ก้มหน้า ทันใดนั้นก็ได้ยินเถาเสี่ยนเอ่ยปากเบา ๆ “ท่านน้อย อายุยังน้อย ไฉนจึงมีผมขาวก่อนวัยล่ะ? คงเพราะตั้งใจฝึกฝนมากเกินไปรึเปล่า? ข้าจำได้ว่าคนแถวนี้ ดูเหมือนผู้เฒ่าผู้แก่ก็ไม่มีผมขาว ท่านอยากไปขอสูตรลับดูไหม?”
