หลินตู้มองออกอย่างชัดเจน สำหรับยายหม่าแล้ว วิถีไหนหรือวิถีนอกรีตอะไรนางล้วนไม่สนใจ ขอเพียงสามารถฆ่านักกวู่และแมลงกวู่ให้ได้ คนนั้นก็มีประโยชน์ ควรรักษา
และสิ่งที่ทำให้นางทนไม่ได้ที่สุดคือ คนที่ตนรักษาหาย กลับไปเก็บเอาหรือแม้แต่เลี้ยงนักกวู่ไว้ ปล่อยให้มันสร้างความวุ่นวายตามอำเภอใจ
ยายหม่าได้คำมั่นจากหลินตู้ เห็นดวงตานางขาวดำชัดเจน ไม่หลบไม่หลีก ก็รู้ว่าศิษย์ของสำนักอู๋ซ่างล้วนเป็นพวกซื่อบื้อ แม้หลินตู้จะดูเฉลียวฉลาด ลื่นไหล แต่ถูกพวกซื่อบื้อฝูงนั้นสอนมา เกรงว่าลึก ๆ ก็ยังเป็นซื่อบื้อ กฎระเบียบสำนักต้องรักษา ไม่มีทางหลอกนางแน่
นางหมุนตัวจะไป “เช้าข้าก็จะไปแล้ว เจ้าจะทำอะไรก็ทำ อย่ามาเกี่ยวข้า เถานั่น ถอนออกมาแล้วก็ให้ข้า ข้าจะทำลายให้”
หลินตู้คิดว่าเถานี้คงไม่ได้หมายถึงแค่เถาในหมู่บ้าน จึงตอบรับ
นางก้าวออกไปก้าวหนึ่งพลันหันหน้ากลับมา “ตราผนึกบนตัวเจ้าจะกดไอสัตว์ปีศาจไว้ไม่อยู่แล้ว”
คำนี้พูดกับเวยจื่อ
กลางวันนางยังตั้งใจหาเรื่องพวกซื่อบื้ออยู่เลย กลางคืนก็มาเจ้อมังกรเข้าจัง ๆ
ยังเป็นมังกรแต่งกายแบบพระ
คำพูดล้อเล่นเปรย ๆ บางคำ สุดท้ายก็กลายเป็นคำทำนายขึ้นมาจริง ๆ
พวกสำนักอู๋ซ่างนี่ก็ประหลาดชอบกล
สี่ประโยคที่พูดไว้ คงมีประโยคท้ายสุดที่กลายเป็นจริงขึ้นมาแล้ว
ยายหม่าเดินจากไปตามอำเภอใจ ใครจะรู้ว่าถูกหลินตู้เรียกไว้
พัดเหล็กจมที่พับอยู่พลันคลี่ออก บนหน้าพัดมีดอกไม้ตกอยู่เจ็ดแปดดอก ล้วนเป็นดอกของเถาจันทราเมื่อครู่ที่ถูกระเบิดกระเด็น
ตอนที่หลินตู้ใช้พลังวิญญาณช้อนดอกไม้ขึ้นมา ก็ใช้เกล็ดหิมะแช่แข็งตรึงรูปไว้ ภายใต้แสงจันทร์ หน้าพัดส่องประกายระยิบระยับ เกล็ดน้ำค้างแข็งโปรยปราย ดอกไม้บนพัดดุจแก้วผลึก บางเบาอรชร
“เมื่อครู่เห็นท่านเก็บดอกไม้ไปดอกหนึ่ง ดอกพวกนี้ท่านต้องการไหม”
ในเมื่อเป็นเถาวิเศษ ดอกย่อมมีประโยชน์
