จากลานคัดเลือกศิษย์สู่สำนักอู๋ซ่าง ระยะทางไกลมาก ต่อให้เป็นเรือวิญญาณก็ยังต้องใช้เวลาสองชั่วยาม
ร่างของหลินตู้ทรุดโทรมยิ่งนัก นางไม่มีแม้โอกาสได้พินิจภาพภายในเรือวิญญาณ เพิ่งขึ้นเรือในช่วงทะยานขึ้นก็สลบไปเสียก่อน
เหอกุยมองเด็กน้อยขดตัวอยู่บนแท่นนอน แล้วหยิบหนังจิ้งจอกเพลิงจากแหวนเก็บของคลุมให้นาง จากนั้นนั่งลงข้างแท่นนอนอย่างสงบ คิ้วเรียวงามขมวดเล็กน้อย พลางถอนหายใจเบา ๆ
อันที่จริง เด็กคนนี้ ไม่สมควรรับเข้ามาแต่แรก
แต่นางมีพรสวรรค์ดีเกินไป ไม่ว่าผู้ใดในใต้หล้าต่างก็ต้องเกิดใจรักในพรสวรรค์
ยิ่งกว่ารากวิญญาณน้ำแข็งเต็มขั้น สิ่งที่น่าทึ่งกว่าคือหัวใจแก้วที่หยั่งรู้โลกีย์
เด็กคนนี้หากมีร่างกายเป็นปกติ ฝึกฝนไปคงรุดหน้าวันละพันลี้ ต้องเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแคว้นกลาง ไม่เป็นสองรองใครแน่
แต่ทว่านางกลับ…กลับมีร่างกายทรุดโทรมถึงเพียงนี้
สวรรค์ริษยาผู้มีพรสวรรค์ มิใช่คำกล่าวลอย ๆ
ส่วนหนีจิ่นเซวียนกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เรือวิญญาณในตระกูลหาเทียบเรือวิญญาณของสำนักอู๋ซ่างได้ไม่ ภายในแม้จะเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ทว่าทุกแห่งล้วนแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของสำนัก
เสาและคานทำจากไม้จินซือหนานมู่ ตู้โต๊ะเก้าอี้ไม้พะยูงครบชุดแกะสลักอย่างประณีต สี่ด้านใช้ไข่มุกมังกรเป็นแสงสว่าง กระถางธูปสำริดหูสัตว์เผาธูปหอมไม้จันทน์ขาวระงับจิตใจ ทุกสิ่งล้วนเป็นของล้ำค่าหายากในแดนบำเพ็ญ ไม่มีการตกแต่งเกินจำเป็น เปิดกว้างและสง่างาม
“ปีนี้รับศิษย์น้อยลงสองคนนะ” จวีเยวียนรินชาอย่างช้า ๆ “ศิษย์พี่เจ้าสำนักบอกว่าปีนี้จะรับได้หกคน”
