“ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร คนที่จ่ายเงินสามล้าน จุดประสงค์ก็เพื่อเล่นงานคุณอย่างหนัก” พ่อตากล่าว
หลงเฉินแค่นเสียงเบา ๆ ขี้เกียจจะสนใจว่าเป็นใคร
“อย่าคิดมากเลยครับ ผมวางสายก่อนนะ” หลงเฉินปลอบพ่อตา
หลังวางสาย ท่านปู่เชิงก็ถามว่า “นายน้อย กัวเหวยเชิงเป็นใครหรือขอรับ”
หลงเฉินหัวเราะเย็นชาแล้วกล่าวว่า “ถ้าจำไม่ผิด เขาน่าจะเป็นนักศึกษาคนหนึ่งของคณะศิลปะการต่อสู้ มหาวิทยาลัยเทียนไห่ ติดอันดับเก้าบนบอร์ดอัจฉริยะ ตั้งแต่ครึ่งปีแรกผมก็ได้ยินว่าทางมหาวิทยาลัยโฆษณาว่าเขาฝึกวิชาจนถึงขั้นชำนาญล้ำเลิศแล้ว อีกแค่ครึ่งก้าวก็จะเข้าสู่ขั้นประตูนอก ภายในครึ่งปีมีหวังได้เป็นอัจฉริยะนักบำเพ็ญคนที่เก้าของคณะศิลปะการต่อสู้ที่ก้าวเข้าสู่ขั้นประตูนอก ในมหาวิทยาลัยเขามีชื่อเสียงและสถานะสูงมาก”
“ฮ่า ๆ บ่าวนึกว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ไหน ที่แท้ก็แค่นักศึกษานักบำเพ็ญของมหาวิทยาลัยท่านคนหนึ่งนี่เอง” ท่านปู่เชิงหัวเราะขื่น ๆ แม้แต่ถานเจิ้นไห่ยังไม่ใช่คู่มือของหลงเฉิน แล้วจะนับประสาอะไรกับนักศึกษาคนหนึ่ง ทำเอาเขากังวลไปเปล่า ๆ
“พวกกุ้งฝอยพวกนี้ชอบประเมินตัวเองสูงเกินไป เห็นทีผมคงต้องแสดงฝีมือให้พวกเขาเห็นสักหน่อยแล้ว จะได้รู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน” แววตาหลงเฉินพลันคมกริบ
“นายน้อย อย่าถือสาคนตัวเล็กตัวน้อยพวกนี้เลยนะขอรับ เกิดศัตรูคู่อาฆาตรู้เข้า...” ท่านปู่เชิงเตือน
“วางใจเถอะครับ ผมรู้ขอบเขตของตัวเอง”
ท่านปู่เชิงได้แต่พยักหน้า
ไม่นานหลงเฉินก็กลับถึงบ้าน
คืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบสงบ
