แต่ถูฟางจื้อกลับพูดอย่างไม่เห็นอกเห็นใจว่า “ขอโทษด้วย คุกเข่าขอร้องผมก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี เพราะเรื่องร่วมมือระหว่างผมกับตระกูลหลี่ ขึ้นอยู่กับผู้มีพระคุณของผมอย่างหลงเฉินทั้งนั้น”
หลี่ว่านเป่าคลานมาหยุดตรงหน้าหลงเฉินทันที ก่อนตบหน้าตัวเองอย่างแรงหนึ่งฉาด แล้วพูดว่า “หลงเฉิน เป็นลุงใหญ่เองที่ผิด คุณเป็นผู้ใหญ่ อย่าถือสาคนตัวเล็กอย่างพวกเราเลยนะ ผมขอร้องล่ะ อย่าไปจากตระกูลหลี่เลย ถ้าคุณไป พวกเราคงจบเห่แน่”
หลงเฉินหัวเราะเยาะ “ก็ดีเหมือนกัน ต่อไปพอตระกูลหลี่ไม่มีเงินแล้ว ผมจะคอยดูว่าพวกคุณยังวางท่าสูงส่งได้อีกหรือเปล่า”
“หลงเฉิน พวกเราผิดไปแล้ว ผมขอร้องล่ะ โปรดเมตตาพวกเราด้วย ผมจะคำนับคุณแล้ว” หลี่ว่านเป่าพูดพลางก้มคำนับหลงเฉินทันที
หลงเฉินมองหลี่ว่านเป่าที่คุกเข่าก้มคำนับอยู่ตรงหน้า แล้วแค่นเสียงในใจว่า รู้อย่างนี้ตั้งแต่แรก แล้วจะทำไปทำไม
ตอนนั้นเอง พ่อตาของหลงเฉินก็เดินเข้ามา กล่าววิงวอนว่า “หลงเฉิน ผมรู้ว่าคุณมีความแค้นกับตระกูลหลี่ฝังใจมานาน แต่ช่วยเห็นแก่หน้าผม ขอร้องท่านประธานถูอย่ายกเลิกความร่วมมือได้ไหม”
หลงเฉินมองพ่อตาที่กำลังวิงวอน แล้วถอนหายใจในใจเบา ๆ
“ช่างเถอะ ปล่อยให้เป็นเหมือนเดิมก็แล้วกัน” หลงเฉินกล่าว
