ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง
“เอาละ เฉินเฉิน ฉันกลับก่อนนะ” จางเชียนเจียเดินออกจากบ้านของหลงเฉิน
“อืม ฉันก็ต้องไปเรียนแล้วเหมือนกัน”
“โธ่ นายมีเรียนก็ไม่บอก ฉันนึกว่าวันนี้นายไม่มีเรียนเสียอีก” จางเชียนเจียพูดอย่างจนใจ
“หึ ๆ สำหรับฉันแล้ว วิชาเหล่านั้นจะเรียนหรือไม่เรียนก็ไม่ต่างกัน” หลงเฉินยิ้มบาง ๆ
“งั้นนายรีบไปเรียนเถอะ ไว้มีเวลาค่อยนัดกันใหม่”
หลงเฉินพยักหน้า
จากนั้นหลงเฉินก็ไปเรียนที่คณะแพทยศาสตร์ ส่วนจางเชียนเจียกลับไปที่คณะดนตรี
“หลงเฉิน มีหนังสือท้าประลองส่งมาให้นายฉบับหนึ่ง”
ทันทีที่หลงเฉินเข้าห้องเรียน หลินหัวซานก็ร้องขึ้นมา ในมือของเขาถือหนังสือท้าประลองอยู่ฉบับหนึ่ง
หลงเฉินขมวดคิ้ว
“ใครท้าประลองกับฉัน?”
“คนจากคณะศิลปะการต่อสู้ชื่ออูรุ่ยหยาง เมื่อครู่นี้เขามารออยู่หน้าประตู แล้วฝากให้ฉันส่งต่อให้นาย”
พอเพื่อนร่วมชั้นได้ยินชื่ออูรุ่ยหยาง บรรยากาศในห้องก็พลันอึกทึกขึ้นมา แม้แต่ถังเซียวเซียวก็ยังตกใจไปชั่วขณะ
“ของปลอมแน่ ๆ คนอย่างอูรุ่ยหยางที่เป็นอัจฉริยะผู้โดดเด่น จะส่งหนังสือท้าประลองให้หลงเฉินได้ยังไง นี่ไม่เท่ากับลดฐานะตัวเองหรอกหรือ?”
“ใช่แล้ว ต่อให้อูรุ่ยหยางอยากลดฐานะตัวเองแค่ไหน ก็ไม่น่าจะส่งหนังสือท้าประลองให้คนระดับหลงเฉินหรอก หลงเฉินอยู่ระดับไหน ส่วนเขาอยู่ระดับไหนกัน? ไม่ใช่ชั้นเดียวกันเลยสักนิด”
