“นิยายอะไรเหรอ?” เจียงนี่อี้ชะงักไปครู่หนึ่ง “นี่เธอเขียนนิยายเป็นด้วยเหรอ?”
“ปกติผมอยู่หอไม่มีอะไรทำ ก็เลยลองหัดเขียนนิยายดู” ฟางอวี๋หัวเราะแหะๆ
“แล้วฉันอ่านได้ไหม?” เจียงนี่อี้ไม่คิดว่าแฟนน้อยคนนี้จะมีสกิลแบบนี้ด้วย มันทำให้เธอเกิดความสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
“ได้นะครับ แต่แค่ว่า...”
“แค่ว่าอะไร?”
ฟางอวี๋หน้าแดงพลางพูดว่า “รู้สึกว่าให้นิยายที่ตัวเองเขียนให้คนใกล้ตัวอ่าน มันก็เขินๆ หน่อยน่ะครับ”
เจียงนี่อี้เหมือนเพิ่งค้นพบโลกใหม่ เหน็บแนมว่า “โรคจิตอย่างเธอนี่ก็รู้จักเขินเป็นด้วยเหรอ?”
“แต่ถ้าอยากส่งก็ส่งมาเถอะ ฉันอนุญาตแล้ว”
ฟางอวี๋ตาลุกวาว “จริงเหรอครับ?”
เจียงนี่อี้แกล้งทำหน้าบึ้งมองฟางอวี๋ “ฉันดูเหมือนคนชอบโกหกขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฟางอวี๋รีบพูด “ไม่ใช่ครับ! ไม่ใช่แน่นอน! แล้วตอนนี้ครูอยากอ่านไหมครับ?”
เจียงนี่อี้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “ตอนนี้ยังไม่อ่าน ไว้รอให้เธอดังก่อนแล้วค่อยอ่าน ฉันเชื่อในตัวเธอนะ ว่าที่นักเขียนคนเก่ง”
ฟางอวี๋ “หือ? เว่อร์ไปหน่อยไหมครับ? ครูมองผมสูงเกินไปแล้ว”
“ฉันเชื่อในตัวเธอ แล้วถ้าตัวเธอเองยังไม่เชื่อตัวเอง จะเป็นนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ได้ยังไงเล่า?” เจียงนี่อี้ลูบมะม่วงที่อยู่ในกระเป๋าแมว “มะม่วง เธอว่าใช่ไหม? คุณพ่อของเธอจะเป็นนักเขียนที่ยิ่งใหญ่หรือเปล่า?”
“เมี้ยว~” มะม่วงส่งเสียงที่แฝงด้วยความตื่นเต้น
“เห็นไหม มะม่วงยังเชื่อในตัวเธอเลย มันรอให้เธอดังแล้วซื้ออาหารกระป๋องให้มันกินอยู่ล่ะ” เจียงนี่อี้พูดพลางยิ้ม
