พูดจบเธอก็ไม่ให้ฟางอวี๋มีเวลาตั้งตัวเลยสักนิด วิ่งปรู๊ดเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมกับเสียงปิดประตูดังปัง ฟางอวี๋ถึงได้สติกลับมา
เขามองถุงเท้าสีขาวมีระบายลูกไม้ในมือ
ฟางอวี๋: ……
เมื่อกี้เขาแค่ล้อเล่นกวนอาจารย์เจียงเล่นแท้ ๆ คนปกติที่ไหนจะเอาถุงเท้าไปทำเรื่องแปลก ๆ กัน!
ช่างเถอะ ยิ่งอธิบายมากก็ยิ่งดูเหมือนเขาเป็นคนแบบนั้นจริง ๆ
ยังไงซะในสายตาอาจารย์เจียง ภาพลักษณ์ของเขาก็เป็นโรคจิตที่โรคจิตกว่าโรคจิตอยู่แล้ว
ไม่นานนัก ในห้องน้ำก็มีเสียงน้ำไหลซ่าดังออกมา
พอได้ยินเสียงนี้ สมองเจ้าปัญหาของฟางอวี๋ก็เริ่มทำงานอีกแล้ว เขาเริ่มจินตนาการภาพในห้องน้ำ……
ทั้งหน้าของเขาร้อนวาบขึ้นมาทันที รีบส่ายหัวแรง ๆ สลัดภาพไม่เหมาะสำหรับเด็กพวกนั้นทิ้งไป
จู่ ๆ ก็นึกถึงประโยคหนึ่งในการ์ตูนที่เคยดู
ฟังเสียงฝักบัวก็กินข้าวได้ตั้งสามชาม
ไม่ได้ ฟางอวี๋ ตอนนี้นายต้องใจเย็น!
เขามานั่งลงบนโซฟา กอดหัว เริ่มควบคุมอารมณ์
ขณะเดียวกัน ภายในห้องน้ำ
เจียงนี่อี้กุมใบหน้าร้อนผ่าวด้วยสองมือ สมองว่างเปล่าไปหมด
เผลอคิดถึงคำพูดเมื่อกี้ของฟางอวี๋ที่อยากอาบน้ำด้วยกัน สมองเผลอวาดภาพที่อีกฝ่ายถูหลังให้
เจียงนี่อี้ ทำไมเธอถึงคิดแบบนี้!
สมองบ้า ๆ หยุดคิดได้แล้ว ถ้าให้ไอ้โรคจิตนี่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ ต้องได้ใจลามใหญ่กว่าเดิมแน่!
