เสียงเรียกอันอ่อนโยนของไทเฮาทำให้ทุกคนในห้องต่างชะงักงัน
ฉินเป่าอันยิ่งนิ่งอึ้งราวกับไก่ไม้ ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าไทเฮากำลังเรียกตน
เหลียนหรงที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว แล้วขยับไปยืนบังฉินเป่าอันไว้ด้านหลัง เกรงว่าไทเฮาจะคิดแผนร้ายอะไรขึ้นมาอีก
ต้องรู้ว่าไทเฮากับฮ่องเต้ไม่ลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไร มักคอยหาเรื่องตำหนิฮ่องเต้ทั้งในราชกิจและฝ่ายใน แม้แต่เหล่าองค์ชายก็แทบไม่เคยได้รับสีหน้าดี ๆ จากนาง
บัดนี้จู่ ๆ กลับเอาอกเอาใจองค์ชายสี่ถึงเพียงนี้ เกรงว่าจะมิได้คิดดีเป็นแน่
เห็นฉินเป่าอันไม่ขยับ แม่นมฉินจึงรีบยิ้มพลางกวักมือเรียกเขา “องค์ชายสี่ ไทเฮากำลังเรียกท่านอยู่เพคะ รีบมาสิเพคะ มาให้ไทเฮาทอดพระเนตร”
ฉินเป่าอันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นสายตาเมตตาอ่อนโยนของไทเฮาผู้สูงศักดิ์ ดูคล้ายไม่มีเจตนาร้าย เขาจึงยอมก้าวขาสั้น ๆ เดินไปหานาง
เด็กน้อยวัยห้าขวบสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหนานุ่ม เดินต้วมเตี้ยมเข้ามา แก้มขาวระเรื่อแดง ดูราวกับลูกนกน้อยขนปุยที่โผเข้าสู่พงไพร
