เฉียวหราน: “ชู่ว อย่าพูดมั่วสิ”
คนมากมายขนาดนี้มองอยู่
อวี้ไป๋ถลึงตาใส่หลิงเทียนอย่างแรง
รู้งี้ปล่อยให้เน่าในท้องดอกไม้กินสัตว์ซะก็หมดเรื่อง
หลิงเทียนยกมือของเฉียวหรานขึ้นมา ก้มศีรษะอยากจะจูบ
จังหวะที่เกือบจะสัมผัส เฉียวหรานก็ดึงมือกลับโดยสัญชาตญาณ
หลิงเทียนหน้าเศร้า: “หรานหราน ลองฉันดูหน่อยสิ ฉันไม่ทำให้เธอผิดหวังแน่”
เฉียวหรานดุ: “ทำตัวดี ๆ หน่อยสิ เธอยังบาดเจ็บอยู่นะ แล้วสารอาหารล่ะ ยังมีอีกไหม”
หลิงเทียน: “…หมดแล้ว”
การล่าสัตว์อสูรระดับห้าใช้พลังงานมหาศาล สารอาหารหนึ่งกล่องที่เขาแบกมาก็ดื่มหมดไปนานแล้ว
เฉียวหราน: “เธอทนหิวเดินเตะฝุ่นอยู่ในเขตล่าสัตว์อสูรแบบนี้หรือ”
หลิงเทียน: “หรานหรานไม่ต้องห่วงฉันนะ ฉันยังไม่ตายง่าย ๆ หรอก”
ยังอดตายก็คงไม่ถึงขั้นนั้น
ถ้าเธอมาช้ากว่านี้สักวัน หลิงเทียนคงกลายเป็นน้ำไปแล้ว
เฉียวหรานโยนกระเป๋าสะพายหลังลายพรางของเขาให้: “เราเป็นทีม ต่อไปไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องรวมกลุ่มกัน”
“ครับ หรานหราน”
หลิงเทียนเปิดดู ข้างในเต็มไปด้วยอาหาร
“หรานหราน…”
หลิงเทียนซาบซึ้งจนแทบจะร้องไห้ อดใจไม่ไหวกอดเฉียวหราน ซุกศีรษะที่ซอกคอของเธอ
ออกแรงไม่ระวัง ล้มทับเฉียวหรานลงบนเบาะ
เฉียวหรานถูกพันธนาการกะทันหัน: “…อือ อย่า”
หลินเซียวกับหลินปานเดินเข้ามา จับตัวหลิงเทียนที่กดทับเฉียวหรานอยู่ลากออกไป แล้วยกโยนทิ้ง
เสียงดัง ‘ตึง’ พื้นเป็นหลุมเพราะร่างหลิงเทียน
“หรานหราน รอสักครู่นะ”
