งูคุนหมั่งเกลียวมหึมาพันรัดยานบิน บดบังแสงแดดจ้าจนภายในยานมืดสลัว ร่างของมันที่ปกคลุมด้วยเกล็ดเหล็กหนาทาบแนบติดกระจก ภาพที่ปรากฏชวนให้ขนหัวลุกสุดขีด
มันฉุดกระชากยานบินปราศจากทิศทางกลางเวหา เฉียวหรานและพวกถูกเหวี่ยงกระเด็นไปมาราวกับนั่งรถไฟเหาะ
เฉิงเหย่แปลงกายเป็นอสูร
แล้วโอบกอดเฉียวหรานไว้แนบอกในอ้อมกอดของหมีสีน้ำตาลยักษ์ ปกป้องเธอจากแรงกระแทกใด ๆ
อันตราย!
ฉือเฟิงเหงื่อท่วมร่าง หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเขาจะร่วงหล่นจากที่สูงจนร่างแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดี
ทำยังไงดี
จะปกป้องหรานหรานได้ยังไง!
เสียงครืนสนั่น กระจกถูกท่อนร่างของงูคุนหมั่งกระแทกแตกยับ
ไม่ดีแล้ว!
หัวใจของฉือเฟิงกระตุกวูบ
ถ้างูคุนหมั่งเข้ามาในตอนนี้ พวกเขาที่ติดอยู่ในยานบินจะถูกกินทั้งเป็นแน่
หลิงเทียนไม่อยู่ พวกเขาไม่ใช่คนอสูรที่สู้รบบนอากาศได้
ทำยังไงดี!
ทำยังไงดี!!!
เฉิงเหย่กอดเฉียวหรานไว้ในอ้อมอกแน่นยิ่งขึ้น
อวี้ไป๋เม้มปากแน่น ก่อนที่งูคุนหมั่งจะบุกเข้ามา เขาก็แปลงกายเป็นอสูรแล้วกระโจนออกไป
“อวี้ไป๋!”
เฉียวหรานมองเห็นอวี้ไป๋ที่กระโดดออกไปผ่านร่องขนของเฉิงเหย่
“สูงขนาดนี้ อวี้ไป๋จะต้องตายแน่!”
ฉือเฟิงก็เตรียมใจพร้อมที่จะตายเพื่อปกป้องเฉียวหรานแล้วเช่นกัน
“เฉิงเหย่ ดูแลหรานหรานให้ดี”
เขาพยายามควบคุมทิศทางของยานบิน มุ่งหน้าลงจอดในเขตสวนพืชปลอดภัยต่อไป
ภายนอก อวี้ไป๋กำลังประจันหน้ากับงูคุนหมั่งระดับเจ็ดบนตัวยานบิน
อสูรกิเลนระดับหกเพิ่งผลิปีกออกมาได้ ยังไม่สามารถใช้พลังพิเศษเหินบินได้
แต่กางปีกเพื่อช่วยทรงตัวได้
เพียงแต่พลังพิเศษและพลังจิตของเขายังด้อยกว่างูคุนหมั่งระดับเจ็ดขั้นสูงมาก การต่อสู้ย่อมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
