อวี้ลั่วกำลังลำพองใจ พอได้ยินให้เขาสู้กับสามีอสูรของเฉียวหรานก็ตกใจสะดุ้งโหยง
ข่มใจเอ่ยว่า “อวิ๋นลู่ ผมระดับหกขั้นสูงนะ จะไปลดตัวสู้กับคนอสูรระดับหกขั้นต่ำได้ยังไง”
ในใจร้อนรนและกังวล กลัวว่าเรื่องที่ตัวเองแพ้ให้กับคนอสูรระดับหกขั้นต่ำจะถูกรู้ถึงหูอวิ๋นลู่
“จริงด้วยสิ ไม่ยุติธรรมเลยนะ”
อวิ๋นลู่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเอื้อเฟื้อ “ในเมื่อพวกเขาว่าระดับหกขั้นต่ำชนะอวี้ลั่ว อืม ก็ถือว่าพวกเขาชนะละกันนะ”
เหล่าคนอสูรที่จมอยู่กับแสงแห่งนางเอกพากันเอ่ยปากชื่นชม
“ระดับหกขั้นต่ำจะเอาชนะขั้นสูงได้ยังไงกัน ช่างโอหังน่าขันจริง ๆ”
“ก็เพราะสตรีเพศเมียผู้สูงศักดิ์อย่างอวิ๋นลู่ใจกว้างนี่แหละ ไม่ถือสาคนอสูรขยะพวกนั้น”
“อวิ๋นลู่สตรีเพศเมียผู้สูงศักดิ์ พวกเราจะติดตามท่านตลอดไป”
อวี้ลั่วฟังแล้วแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วหันไปตวาดกองกำลังของเฉียวหราน “ยังจะมาขายหน้าอยู่ที่นี่อีกเหรอ! รีบไสหัวไปซะ!”
ได้โปรดเถอะ!
รีบไปเร็ว ๆ !!
เฉียวหราน: ???
พูดไม่ออกเลยจริง ๆ!
เธอขี้เกียจจะมาใส่ใจกับเรื่องพรรค์นี้ แต่ถ้าจะเดินจากไปทั้งอย่างนี้ คนที่ต้องอัดอั้นก็คือสามีอสูรของเธอ ฉือเฟิงและพวกต่างก็โกรธจนแทบระเบิดแล้ว
ทันใดนั้น ปีศาจยักษ์กิ้งก่าสองตัวที่กำลังตามหาคนอสูรรสเลิศก็บุกเข้ามา
สามีอสูรทั้งหมดของเฉียวหรานตาเป็นประกายขึ้นพร้อมกัน “เหยื่อมาแล้ว!!”
เฉียวหรานถามอวี้ไป๋ “อวี้ไป๋ นายล่ามันคนเดียวหนึ่งตัวไหวไหม?”
อสูรกิเลนสีขาวเชิดอกขึ้น “ไม่มีปัญหา!”
“ดี”
เฉียวหรานตะโกนบอกอวี้ลั่ว “ไก่อ่อน แกไม่กล้ายอมรับว่าแพ้สามีฉันนี่ งั้นก็ถือโอกาสแสดงให้ทุกคนเห็นหน่อยสิ ว่าแกกับสามีฉันใครจะล่าปีศาจยักษ์กิ้งก่าได้ก่อนกัน”
อวี้ลั่ว: สตรีเพศเมียใจร้ายกล้าตะโกนเรียกเขาว่าไก่อ่อนซะดังขนาดนี้เนี่ยนะ?! แล้วยังจะให้เขาล่าปีศาจยักษ์กิ้งก่าต่อหน้าคนอื่นอีก??
