[ติ๊ง--]
[ค่าด้านมืดของเย่หลานซานขณะนี้อยู่ที่ 50]
เฉียวหรานระบายออกมาอย่างต่อเนื่อง รู้สึกเหมือนความอึดอัดที่กดทับอยู่ในใจพลันหายไปหมด
ค่าด้านมืดพุ่งขึ้นถึง 50 แล้ว แต่กลับทำให้เธอรู้สึกโล่งโปร่งโล่งใจ
แต่ทว่า...
ในดวงตาของเย่หลานซาน รอยยิ้มยิ่งลึกขึ้นเรื่อยๆ และแฝงไว้ด้วยความมืดมน
ภายในท้องพระโรง นอกจากเสียงหัวเราะของนางแล้ว บรรยากาศก็ตึงเครียดและเงียบสงัด จนแม้แต่เข็มหล่นลงมาก็ยังได้ยิน
อวี้ไป๋แอบบีบมือเธอเบาๆ “หรานหราน...”
อวี้เหยาถึงกับอึ้งไป หยุดหนึ่งในสามีอสูรให้มายืนบังหน้า นางกลัวว่าเปลวไฟแห่งความโกรธของเย่หลานซานจะลามมาโดนตัว
ฟ่านอวี่ยังคุกเข่าอยู่กับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล เขาพยายามส่งสายตาปรามเฉียวหราน บอกให้เธอหยุดพูด
เฉียวหราน นี่เธอไม่คิดจะเอาชีวิตแล้วหรือไง!
เสียงหัวเราะของเย่หลานซานหยุดลง “เฉียวหราน พูดจบแล้วหรือ?”
เฉียวหราน “จบแล้ว”
“ดี”
เย่หลานซานเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าจะพูดอีกครั้ง ส่งมู่เหยี่ยนกลับมาหาข้า”
เฉียวหราน “... ก็บอกแล้วไงว่าท่านพ่อไม่อยากพบคุณ”
แววตาสงบนิ่งของเย่หลานซานฉายความบ้าคลั่ง “งั้นข้าจะไปรับเขากลับมาด้วยตัวเอง ฝ่าบาทราชินี ข้าขอตัวลาก่อน”
เย่หลานซานหันหลังเดินออกจากท้องพระโรงต่อหน้าทุกสายตา ไร้ซึ่งความเกรงใจผู้ใด
เฉียวหราน ???
เย่หลานซานจะไปชิงตัวมู่เหยี่ยนตอนนี้เลยไหม?
คนอสูรในตระกูลเย่ที่เก่งที่สุดอยู่ที่ระดับเจ็ดขั้นกลาง ถ้าปะทะกันซึ่งหน้า ฉือเฟิงและพวกย่อมชนะอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นที่บ้านยังมีกองกำลังทหารคอยคุ้มกันถึงสองหน่วย
แต่นี่คือเย่หลานซานนะ
