กิเลนหันขวับไปถลึงตาใส่ฟ่านอวี่อย่างหมดความอดทน พลางกล่าวว่า “หรานหราน พวกเราไม่ต้องสนใจเขา”
เขาพุ่งทะยานกลับบ้านด้วยความเร็วสูง
ไม่ยอมให้เฉียวหรานเห็นท่วงท่าแพรวพราวยั่วยวนของฟีนิกซ์
แต่ไม่ว่าเขาจะบินเร็วแค่ไหน ฟีนิกซ์ก็ตามติดมาได้อย่างสบาย ๆ โดยรักษาระยะห่างอยู่ที่ประมาณห้าเมตรตลอดเวลา
“ถอยไปไกล ๆ หน่อยได้ไหม!”
กิเลนโกรธจนยิงกระบี่วารีใส่ฟีนิกซ์
กระบี่วารียังไม่ทันสัมผัสตัวฟีนิกซ์ ก็ถูกเผาจนระเหยกลายเป็นไอน้ำไปเสียก่อน
ฟ่านอวี่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เป็นคำสั่งของราชินี ไม่ใช่ความต้องการของข้า!”
ทั้งคู่ต่างเป็นเป้าหมายภารกิจของเขา
แผงขนบนแผงคอที่พลิ้วไหวใต้มุมเขาของอวี้ไป๋พากันตั้งชันขึ้นมา
เฉียวหรานได้แต่ปลอบพร้อมลูบขนให้เขาอย่างจนใจ “อวี้ไป๋ เรายังต้องขอบคุณเขาอีกนะ”
กิเลนทำเสียงฮึดฮัด “เขาเองก็พูดแล้วนี่ว่าเป็นคำสั่งของราชินี ไม่ใช่ความต้องการของเขา”
“ก็......ได้”
เฉียวหรานได้แต่หันกลับไปมองฟีนิกซ์
เพราะอยู่กลางอากาศทำให้เฉียวหรานมองเห็นร่างเต็มของอสูรฟีนิกซ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อสูรฟีนิกซ์มีขนาดตัวพอ ๆ กับร่างอสูรของหลิงเทียน แต่ท่วงท่าสง่างามกว่ามาก ปีกและขนระยิบระยับด้วยรัศมีเจ็ดสี ลากหางยาวเจ็ดสีทอดผ่านท้องนภา ทิ้งภาพลวงตาที่ลึกลับและงดงามราวกับแสงเหนือไว้เบื้องหลัง
เฉียวหรานชำเลืองมองอยู่หลายครั้ง
ฟีนิกซ์สัมผัสได้ถึงสายตาของนาง จู่ ๆ ก็ปรับระดับความสูง จงใจหลบให้พ้นจากแนวสายตาของนาง
เฉียวหราน “......”
--
เมื่อมาถึงบ้าน ก็พบว่าในบ้านเต็มไปด้วยความสงบสุข
เย่หลานซานไม่ได้มาช่วงชิงตัวมู่เหยี่ยน
หลินเซียว หลินปาน และเย่หมิง นำกองกำลังของตนอารักขาอยู่ โดยยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูบ้าน
