ฉือเฟิงและพวกล่าปีศาจยักษ์กิ้งก่าตัวสุดท้าย เก็บแก่นแก้วแล้ววิ่งมา
“หรานหราน”
“หรานหราน”
“เจ้านายสตรี”
“เจ้านายสตรี นี่คือแก่นแก้วที่พวกเราล่าได้”
“ให้คุณทั้งหมด”
“รับไว้เถอะครับ”
เฉียวหรานนับดู “แปดเม็ด! ไดโนเสาร์ตัวใหญ่เบอร์นี้ พวกคุณล่ามาได้แปดตัวเลย”
ฉือเฟิง “พวกมันหนีไปหมด ไม่งั้นคงล่าได้มากกว่านี้”
หลินเฟิงเห็นเขาพาตำรวจอสูรห้านายล่ามาได้สามตัว ก็ย่องเงียบ ๆ ลุกขึ้นจากพื้น
เฉียวหรานเห็นเหล่าสามีอสูรเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ แววตามีแต่สีแห่งการเข่นฆ่าที่ยังไม่หนำใจ จึงถามว่า “จะตามไปต่อไหม!”
เหล่าสามีอสูร “เอาสิ!”
เฉียวหรานหยิบโคนไอศกรีมแจกพวกเขาคนละอัน “ไป ตามไปปราบมัน!”
สามีอสูรทุกคนกลืนโคนไอศกรีมหมดในคำเดียว “ดีเลย!”
หลิงเทียน “กระจอกจะตาย สมควรกินอาหารของหรานหรานรึไง!”
สามีอสูรทั้งคณะเดินสวนเขาไปทีละคน แถมส่งสายตาดุเดือดให้อีกต่างหากเป็นการต้อนรับเพื่อนร่วมทีมที่ไม่ได้เจอกันมานานอย่างเย็นชา
มีเพียงเย่หมิงที่ไม่อยากหาเรื่อง เขาเลี่ยงเงียบ ๆ อ้อมไปสมทบกับเพื่อนร่วมทีม
หลิงเทียนพาเฉียวหรานกับร่มน้ำแข็ง กางปีกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสดใส มองลงมายังทุ่งกว้าง หาร่องรอยของฝูงปีศาจยักษ์กิ้งก่า แล้วนำทีมเข้าใกล้เหยื่อด้วยระยะทางที่สั้นที่สุดและความเร็วสูงสุด
ครอบครัวเดียวกันหายลับไปในพริบตา
พวกตำรวจอสูรยังเลียไม้ไอติมแท่งอยู่ ไม่อยากทิ้ง
“หัวหน้า จะตามไปล่าด้วยไหม”
ถ้าไปล่าปีศาจด้วยกัน บางทีอาจได้ไอติมแท่งพลังพิเศษอีกสักแท่งก็ได้
“ไม่ไป”
หลินเฟิงหรี่ตาจิ้งจอก มองไปยังเงาร่างของเหยี่ยวอสูรบนฟ้าที่อยู่ไกลออกไปทุกที
-----
ในที่สุดปีศาจลายกระเรียนก็หนีพ้นการไล่ล่าของพวกปีศาจยักษ์กิ้งก่า
