ฉือเฟิงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป เขาหมุนตัวกลับทันที
“หรานหราน หรานหราน ฝ่าบาทราชินีเสด็จมาแล้ว”
ทางฝั่งอวี้เฟยทุกคนยืนตรง มือขวาทาบอกทำความเคารพฝ่าบาทราชินี
เฉียวหรานรีบทำตามคนรอบข้างอย่างลนลาน
เหล่าองครักษ์ส่วนพระองค์เข้าแถวเป็นระเบียบ ล้อมรอบอัฒจันทร์ชมการประลองไว้แน่นหนา ปกป้องอย่างเข้มงวด
ฟีนิกซ์สองตัวบินวนกลางอากาศ
สามีอสูรระดับเก้าของราชินีนั่งบนก้อนเมฆที่มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ สายตามองลงมายังเบื้องล่าง
สิ่งอันตรายใดก็ตามที่คิดจะเข้าใกล้ราชินี จะถูกพวกมันเผาจนเป็นเถ้าธุลี หรือผ่าจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
อากาศโดยรอบตึงเครียดและเงียบขรึมขึ้นมาทันที
เฉียวหรานก้มหน้าหลบต่ำ แต่ก็แอบเหลือบมองผ่านหางตา
สตรีเพศเมียผู้สูงศักดิ์ที่เดินอยู่ตรงกลางถูกคุ้มกันโดยคนอสูรระดับแปดและระดับเก้า นางสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงปักดิ้นทองวิจิตรงดงาม หากแต่คิ้วและดวงตากลับอ่อนหวานละมุน ดูแล้ว…น่ารักน่าชัง
ผิดกับสตรีเพศเมียที่เดินตามหลังมาในชุดกระโปรงสีน้ำเงิน กลับมีรัศมีที่ทรงอำนาจ หางตาที่หลุบต่ำยังแฝงไปด้วยความยโสโอหังที่มองทุกสิ่งอย่างดูแคลน
เฉียวหรานถามเบา ๆ ว่า “ฉือเฟิง ท่านไหนคือราชินีหรือ”
ฉือเฟิงขยับเข้าใกล้เขามากขึ้นอีกนิด กระซิบว่า “ท่านที่สวมชุดสีทองน่ะ”
เฉียวหราน “หา จริงหรือ”
ราชินีมีใบหน้าที่น่ารักน่าชังอย่างนี้เลยหรือ
“แล้วสตรีเพศเมียที่อยู่ด้านหลังท่านล่ะ”
“คือเย่หลานซาน”
เฉียวหราน “อ้า!”
นางหลุดเสียงดังไปหน่อย ทำให้ราชินีที่กำลังเสด็จเข้ามายังสนามหันกลับมามอง
เฉียวหรานรีบก้มหน้าหลบ ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เย่หลานซานมีท่าทางที่ดูเป็นราชินีเหลือเกิน ถ้าไม่ใช่เพราะราชินีทรงดำเนินตรงกลาง
นางเกือบจะเข้าใจผิดว่าเย่หลานซานเป็นราชินีไปแล้ว
อวี้เหยาทรงประทับนั่ง ทรงกวาดสายตาไปรอบ ๆ “พวกเรานั่งลงกันเถอะ”
โอ้โห!
