“เหมยลี่ ฉันทำโจ๊กข้าวฟ่างกับไข่ต้มมาให้คุณกับลูกชาย...” จ้าวย่งเจี๋ยเปิดประตูเข้ามา พอเห็นคนในห้องก็ชะงักไป
แต่พอได้ยินว่าพวกเขากำลังเกลี้ยกล่อมให้สวีเหมยลี่หย่ากับเขา จ้าวย่งเจี๋ยย่อมไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว
“ฉันไม่ยอมหย่า!”
“เหมยลี่ เราสองคนก็อายุไม่น้อยแล้ว จะวุ่นวายกันไปทำไม แบบนี้ไม่กลัวคนอื่นหัวเราะเยาะหรือไง”
พวกเขาอยู่ด้วยกันมาสิบปี แถมยังมีลูกชายด้วยกันแล้ว จะหย่ากันไปทำไม เขาทนเสียหน้าไม่ได้
อีกอย่าง เขาก็รู้ดีว่าคงหาผู้หญิงอย่างสวีเหมยลี่ได้ยากอีกแล้ว
สำหรับจ้าวย่งเจี๋ยแล้ว ลูกชายสองคนก็แต่งงานกันหมด เหลือแค่ลูกสาวคนเดียวที่ยังไม่ได้ออกเรือน ชีวิตที่เหลือเขากับเหมยลี่ก็แค่ช่วยกันเลี้ยงลูกชายคนเล็กให้ดีเท่านั้น เขาไม่เข้าใจว่าทำไมสวีเหมยลี่ถึงไม่เข้าใจเขา แถมยังต้องมางอนเขาด้วย
ลูกที่เกิดกับภรรยาเก่า เขาไม่มีทางไม่ดูแล เช่นเดียวกับที่เขาไม่เคยห้ามสวีเหมยลี่ดูแลซู่ลิ่งอู๋
ชีวิตกำลังจะดีขึ้นอยู่แล้ว ทำไมถึงกลายเป็นว่าต้องหย่ากันเสียได้
จ้าวย่งเจี๋ยคิดว่า ตัวเขากับแม่จะอยู่บ้านหลังปัจจุบันกับลูกชายคนเล็กของสวีเหมยลี่ ส่วนบ้านฝั่งเขาก็ยกให้ลูกชายคนโตกับลูกชายคนรอง พอดีแบ่งห้องกันได้คนละห้อง ส่วนลูกสาวคนเล็กก็ใกล้จะแต่งงานแล้ว ให้อยู่ที่นั่นไปก่อนสักพัก พอแต่งงานออกไปก็เรียบร้อย
ซู่ลิ่งอู๋ก็แต่งงานแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมา
ต่อไปก็เหลือครอบครัวสี่คนของพวกเขาอยู่บ้านของสวีเหมยลี่ แบบนี้ไม่ดีหรือไง
ที่จริงคนตระกูลจ้าวต่างก็รู้ว่าสวีเหมยลี่ซื้อบ้านแล้ว ต่างคนต่างมีความคิดเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น
