“ฉันก็ว่าภรรยาผู้พันฟู่เป็นคนดีจริง ๆ ยาบอกให้ก็ให้เลย”
“นั่นสิ แถมยังไม่เอาเงินด้วยนะ ตั้งสิบหยวนแน่ะ!”
“ครั้งก่อนเด็ก ๆ หลายคนกินผลโมกเขียวที่ยังไม่สุกจนถูกพิษ ยาที่ให้เด็ก ๆ กินก็เป็นยาลูกกลอนแบบเดียวกันใช่ไหม รวมกันแล้วเธอก็เสียเงินไปตั้งยี่สิบหยวนเชียวนะ!”
“สวรรค์เอ๊ย ยัยหนูนี่มือเติบจริง ๆ!”
พอทุกคนลองคำนวณดูดี ๆ ซู่ลิ่งอู๋ก็ใจกว้างจริง ๆ เงินยี่สิบหยวนหายวับไปกับตา แถมอีกฝ่ายยังไม่เห็นคุณค่า สายตาที่มองยายหลี่จึงเปลี่ยนไปทันที
อยู่กันมาหลายปี ใครบ้างจะไม่รู้ว่ายายหลี่เป็นคนแบบไหน ขี้เหนียวสุด ๆ เงินก้อนนี้คงเรียกคืนไม่ได้แน่
“พะ...พวกเธออย่าไปฟังที่นางพูดเว่อร์สิ นางบอกว่าสิบหยวนก็ต้องสิบหยวนจริง ๆ หรือไง ถ้าถามฉัน ยานั่นไม่คุ้มเงินหรอก ยาอะไรจะแพงขนาดนั้น ทำจากทองคำหรือไง!”
พอยายหลี่เห็นทุกคนมองราวกับนางได้เปรียบมากมาย ก็รีบโต้แย้งทันที
นางไม่ยอมรับหรอกว่ายานั่นมีราคาสิบหยวน เงินสิบหยวนเชียวนะ จะให้นางจ่ายได้อย่างไร
“ป้าหลี่ เสี่ยวซู่ไม่ได้เรียกเงินจากบ้านคุณสักหน่อย ที่เขาไม่เอาเงิน ไม่ได้แปลว่ายานั่นไม่มีค่า คุณลองบอกมาสิว่าชีวิตลูกชายกับหลานชายของคุณมีค่าไหม?”
“เขาช่วยชีวิตคนทั้งครอบครัวของลูกชายคุณไว้ตั้งสี่คน แต่คุณกลับไม่รู้จักซาบซึ้ง แล้วยังพูดกับเสี่ยวซู่แบบนี้อีก คราวหน้าถ้าบ้านคุณมีเรื่องขึ้นมา ก็จะไม่มีใครอยากช่วยแล้ว!”
พอได้ยินคำพูดของยายหลี่ ภรรยาพันเอกก็โมโหจนเดินจากไปทันที
เสี่ยวซู่มีฝีมือจริง ๆ ยาที่จัดให้เธอ เขาใช้เวลาพักทำเป็นยาลูกกลอนให้ แถมยังไม่คิดเงินเพิ่ม คืนนั้นเธอนอนหลับสบายเป็นพิเศษ อาการปวดเมื่อยที่เคยมีก็หายไปด้วย
หมอดี ๆ แบบนี้ พวกเขากลับไม่รู้จักเห็นคุณค่า
คนไม่รู้คุณค่าของของดี!
“พี่สะใภ้ อย่าไปถือสาแม่ผมเลยครับ ท่าน...ท่านก็แค่...”
