“ถึงอย่างนั้น พวกคุณก็ไม่ควรขึ้นไปคร่อมคนแล้วทุบตีกันสิ!”
ซู่ลิ่งอู๋เห็นซู่ลิ่งถังเดินเข้ามา ก็รีบดึงสวีเหมยลี่ผู้เป็นแม่ให้หลบออกไปไกล ๆ เผื่อเกิดอะไรขึ้นกับเด็กในท้องแล้วจะถูกโยนความผิดมาให้พวกเธอ
“แม่ เราอยู่ให้ห่างคนท้องไว้ดีกว่า ถ้าโดนกล่าวหาขึ้นมา ต่อให้มีสิบปากก็อธิบายไม่รู้เรื่องหรอก”
ซู่ลิ่งถังประคองท้องเดินไปหาตู้ลี่เจวียน อยากจะดึงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น “แม่ เป็นยังไงบ้างคะ”
“แม่ไม่เป็นไร ลุกเองได้” ตู้ลี่เจวียนไม่ยอมให้ลูกสาวช่วยพยุง แต่ลุกขึ้นเองแล้วปัดฝุ่นบนตัว
“สวีเหมยลี่ เธอนี่ใจร้ายจริง ๆ!”
ขณะพูด ตู้ลี่เจวียนขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้า ทำให้เจ็บจนต้องแยกเขี้ยว
สวีเหมยลี่จัดเสื้อผ้ากับผมให้เรียบร้อย ก่อนจะเหลือบมองซู่ลิ่งถัง
เห็นสภาพน่าเวทนาของตู้ลี่เจวียนแล้ว สวีเหมยลี่ก็อารมณ์ดีสุด ๆ “ตู้ลี่เจวียน ฉันบอกไว้เลยนะ ถ้ายังพูดจาไม่สะอาดอีก ฉันจะตบเธออีก!”
“แม่ลูกสองคนอยู่กันพร้อมหน้า ฉันขอบอกให้ชัด ๆ เลยว่า อย่าหวังว่าลูกสาวฉันจะให้ยาพวกเธอฟรี ๆ ไม่มีทาง!”
“ฝันไปเถอะ ยาพวกนั้นลูกสาวฉันต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตั้งเท่าไร ทั้งซื้อสมุนไพร แปรรูปสมุนไพร ต้มยา ปรุงยา ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่พลาดก็เหมือนเผาเงินทิ้ง ผลลัพธ์ทั้งหมดนั่นกองขึ้นมาจากเงิน พวกเธอแค่พูดปากเปล่าก็คิดจะเอาไปฟรี ๆ ทำไมไม่ฝันให้หวานไปเลยล่ะ!”
“ทำไมไม่ไปบอกโรงพยาบาลให้รักษาคนฟรี ๆ ล่ะ พวกเธอไปโรงพยาบาลรักษาโรคก็รู้ว่าต้องเสียเงิน แต่พอเป็นลูกสาวฉันที่เป็นหมอ กลับต้องให้ยาเปล่า ๆ ถ้าไม่ให้ก็กลายเป็นคนไร้น้ำใจ ใจดำ นี่มันเหตุผลอะไรกัน?”
