บทที่ 29 ไปเยี่ยมคุณยาย และขอคำชี้แนะจากอาจารย์
“พวกคุณเลิกเถียงกันได้แล้ว ฉันไม่เอาสินเดิมก็ได้!”
ซู่ลิ่งถังร้องไห้วิ่งออกมาจากห้อง ตะโกนใส่ทุกคนเสียงดัง
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันนะ อย่าเอาอะไรมาพัวพันกับฉันไปหมด เงินสินสอดของคุณน่ะ ที่ได้เพิ่มมาอีกหนึ่งร้อยยี่สิบก็เพราะฉันต่างหาก ยังจะเรียกตัวเองว่าแม่อีกหรือ ตอนสำคัญกลับทำอะไรไม่ได้สักอย่าง!”
ที่จริงซู่ลิ่งอู๋ดูแคลนตู้ลี่เจวียนอยู่ไม่น้อย หล่อนเอาแต่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไร้ประโยชน์กับคนในบ้านตัวเอง
กับทางบ้านเดิมก็ไม่กล้าพูดอะไร กับตระกูลกู้ก็ไม่กล้า กล้าดีแต่ทำตัววางอำนาจกับคนในบ้านไม่กี่คนนี้ เป็นพวกเก่งแต่กับคนในครอบครัวชัด ๆ
“แก!” ตู้ลี่เจวียนโกรธลูกเลี้ยงจนเจ็บแน่นหน้าอก
ซู่ลิ่งอู๋เดินเข้าห้องของตัวเองไปเลย จะให้ลูกสาวตัวเองเท่าไหร่ก็เป็นเรื่องของตู้ลี่เจวียน อย่างไรก็อย่าหวังว่าจะมาแตะเงินของเธอ
อีกหน่อยเธอก็แต่งงานออกไปจากที่นี่แล้ว อยากจะวุ่นวายอย่างไรก็เชิญ เธอไม่เห็นก็ไม่หงุดหงิด
ภรรยาที่ซู่อู๋เลือกเอง ก็ทนเอาเองแล้วกัน
“เสี่ยวถัง... แม่ไม่ได้... ไม่ใช่ว่าแม่ไม่อยากให้ วันนี้ลูกก็เห็นแล้วนี่ว่าตระกูลกู้ขี้เหนียวขนาดไหน เงินนี่แม่จะเก็บไว้ให้ก่อน รอลูกต้องใช้เมื่อไหร่ค่อยมาขอแม่”
ซู่ลิ่งถังเองก็อยากเข้าใจแม่ แต่ในใจกลับทุกข์ทรมานเหลือเกิน
บางครั้งเธอก็อยากทำอย่างซู่ลิ่งอู๋บ้าง ลุกขึ้นมาโวยวายให้เต็มที่ พูดความคิดของตัวเองออกมาอย่างสะใจ โดยไม่ต้องคอยเกรงใจใคร
หรือผู้หญิงจะมีบ้านที่เป็นของตัวเองจริง ๆ ได้ก็ต่อเมื่อแต่งงานแล้วเท่านั้น ซู่ลิ่งถังอดไม่ได้ที่จะหวังให้วันแต่งงานมาถึงเร็ว ๆ
ซู่ลิ่งถังก้มหน้าลง ซ่อนอารมณ์ของตัวเองไว้ “ค่ะ แม่ หนูเข้าใจแล้ว”
“ลูกสาวแม่เข้าใจคนอื่นและรู้จักเอาใจใส่ที่สุด ไม่เหมือนคนนั้น เป็นแค่ตัวสร้างหนี้แท้ ๆ” ตู้ลี่เจวียนเกลียดลูกเลี้ยงคนนี้มาก แต่ก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้
เข้าใจคนอื่น ช่างเป็นคำที่น่าขันเสียจริง เพราะเธอเข้าใจคนอื่นนี่แหละ เธอถึงต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบและยอมให้อีกฝ่ายอยู่ทุกเรื่อง
