เมื่อทุกคนเห็นซู่ลิ่งอู๋เดินออกมาถามพวกเธอตรง ๆ ต่างก็ยืนอึดอัดอยู่ตรงนั้น
แต่ละคนก้มหน้าลงต่ำ สายตาหลุบหลบไปมา
ปกติเวลาเจอเรื่องแบบนี้ คนทั่วไปก็มักทำเป็นไม่ได้ยิน นี่เป็นครั้งแรกที่เจอคนเดินมาถามตรง ๆ แบบนี้ ทุกคนจึงลนลานกันอยู่บ้าง
ซู่ลิ่งอู๋ยิ้มแย้มสดใส “ฉันเป็นคนชอบพูดตรง ๆ ไม่ชอบที่สุดเวลาพูดอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ ฉันแค่อยากรู้ว่า พี่สะใภ้บอกว่าผู้ชายที่แต่งกับผู้หญิงอย่างฉัน...มีปัญหาอะไรเหรอคะ”
“ให้ฉันฟังด้วยสิ ว่าฉันไม่ดีตรงไหน!”
“เมื่อกี้...พี่สะใภ้ท่านไหนพูดได้ยอดเยี่ยมขนาดนั้นคะ เชิญพูดต่อเลยค่ะ ให้ฉันได้ฟังคำสั่งสอนดี ๆ สักหน่อย”
“ฮึ ๆ...”
“เอ่อ...เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันทั้งนั้น ทุกคนไม่ได้คิดอะไรหรอก แค่สงสัยเท่านั้นเอง ยังไงแม่ยายตามลูกสาวมาพำนักที่ค่ายก็เป็นเรื่องที่พบเห็นได้น้อยนี่นา พวกเราก็แค่คุยเล่นกันเท่านั้น”
คนที่อยู่ข้าง ๆ รีบช่วยพูดกลบเกลื่อนให้ เพราะภรรยาผู้พันฟู่เพิ่งมาวันแรก ถ้าทำให้เธอขุ่นเคืองก็คงไม่ดีนัก
“อ๋อ...” ซู่ลิ่งอู๋พยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้น ต่อไปพี่สะใภ้ทั้งหลายก็คงไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกแล้วนะคะ เห็นบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินเอง ใครใช้ให้สามีฉันรักฉันล่ะคะ เขากลัวฉันอยู่คนเดียวจะเบื่อ ก็เลยรับแม่กับน้องชายฉันมาด้วย”
“ถ้าพี่ ๆ คิดถึงครอบครัวทางบ้าน ก็พาพวกเขามาได้เหมือนกันนี่คะ มีกฎข้อไหนห้ามครอบครัวฝ่ายภรรยามาหาเหรอคะ”
เมื่อเผชิญกับสายตาไร้เดียงสาของซู่ลิ่งอู๋ ทุกคนต่างพากันส่ายหน้า
เรื่องมันก็เป็นอย่างนั้นจริง แต่ในยุคนี้จะมีบ้านไหนยอมเสียเสบียงมากมายมาเลี้ยงครอบครัวทางบ้านของลูกสะใภ้กันล่ะ
เมื่อเห็นทุกคนเงียบไป ซู่ลิ่งอู๋ก็ไม่คิดจะเถียงกับพวกเธอต่อ ขอแค่ให้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่าย ๆ ก็พอ
