“หนูน้อยชอบของพวกนี้หรือ?”
“งั้นพวกเราก็ไม่จ่ายค่ารักษาแล้วนะ ใช้ลายมือพวกเราชดใช้แทนก็แล้วกัน”
ท่านผู้เฒ่าหลายคนหยอกล้อซู่ลิ่งอู๋
“ได้เลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นหนูคงต้องขอลายมือจากคุณปู่ทั้งหลายให้เยอะหน่อยแล้ว!”
การรักษาผู้นำระดับสูงเหล่านี้ เงินทองกลับไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป เพราะแค่คำพูดประโยคเดียวของพวกเขา ก็อาจช่วยแก้ปัญหาได้มากมาย
“เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลังค่ะ เรามาเริ่มรักษากันก่อนดีกว่า พอร่างกายของคุณปู่ทุกท่านหายดีแล้ว ค่อยให้ลายมือหนูสักสองสามชิ้นตามอารมณ์ก็พอ ถึงตอนนั้นหนูจะเก็บไว้เป็นสมบัติตกทอดของตระกูล ส่งต่อให้เด็ก ๆ ที่บ้านไปหลายชั่วอายุคนเลยค่ะ”
“ฮ่า ๆ เจ้าหนูนี่ แค่ลายมือไม่กี่ชิ้นเอง พวกปู่ต้องทำให้เธอสมหวังแน่”
สำหรับพวกเขา ลายมือไม่กี่ชิ้นเป็นแค่สิ่งที่เขียนเล่น ๆ ตามสะดวก แต่สำหรับเธอ มันคือป้ายโฆษณาชั้นดีที่มีชีวิต
ซู่ลิ่งอู๋เริ่มจากจับชีพจรท่านผู้เฒ่าแต่ละคน ตรวจดูสภาพร่างกายของแต่ละท่าน แล้วจึงหยิบเข็มเงินออกมาฝังเข็มให้พวกท่าน
น้ำพุวิญญาณจากห้วงมิติไหลไปตามเข็มเงินเข้าสู่จุดฝังเข็มต่าง ๆ นี่เป็นวิธีที่ซู่ลิ่งอู๋ค้นคว้ามาเป็นเวลานาน
เธอเกิดความคิดขึ้นมาอย่างฉับพลันว่า น้ำพุวิญญาณมีประสิทธิภาพดีขนาดนี้ หากนำมาผสานเข้ากับการฝังเข็มได้ ผลการรักษาก็คงดีขึ้นอย่างมาก
ตอนแรกเธอยังควบคุมปริมาณน้ำพุวิญญาณได้ไม่ดีนัก แต่หลังจากฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เธอก็สามารถควบคุมน้ำพุวิญญาณจากห้วงมิติได้อย่างมั่นคง และปล่อยออกมาได้อย่างสม่ำเสมอ
รอยยิ้มบนใบหน้าของท่านผู้เฒ่าหลายคนพลันเลือนหายไป กลายเป็นสีหน้าประหลาดใจ
ทันทีที่เข็มเงินปักลงไป พวกเขาก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกนี้แตกต่างจากการรักษาที่เคยได้รับมาอย่างสิ้นเชิง
เดิมทีพวกเขาคิดว่าเจ้าหนูนี่มีพรสวรรค์ด้านการปรุงยา ประสิทธิภาพของยาก็ยอดเยี่ยมจนน่าทึ่งแล้ว ไม่นึกเลยว่าฝีมือฝังเข็มของเธอจะเก่งถึงขนาดนี้ด้วย
