“เป็นคุณนี่เอง!”
ซู่ลิ่งอู๋ไม่คิดเลยว่าคนที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าจะเป็นจี้ชุนเยี่ยน
จี้ชุนเยี่ยนเองก็กลุ้มแทบตาย ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ ๆ ใบหน้าก็มีผื่นขึ้นเต็มไปหมด ไปโรงพยาบาลแล้วได้ยาทามาหลายอย่างก็ไม่เห็นผล สุดท้ายพี่ชายถึงกับให้เธอมาหาซู่ลิ่งอู๋ บอกว่าฝีมือการรักษาของเธอดี ให้จ่ายาจีนมาให้ลองกินดู ในเมื่อยาแผนตะวันตกไม่ได้ผล ก็ต้องลองรักษากับหมอจีนแล้ว
จี้ชุนเยี่ยนย่อมไม่เต็มใจ แต่พอเห็นผื่นบนใบหน้ายิ่งรุนแรงขึ้นทุกวัน เธอก็ทนไม่ไหว แต่งตัวปกปิดมิดชิดแล้วมาหาซู่ลิ่งอู๋เพื่อขอยา
เธอรู้อยู่แล้วว่าถ้าซู่ลิ่งอู๋รู้ว่าเธอมาหาหมอ อีกฝ่ายต้องหัวเราะเยาะเธอแน่
“ถอดออกให้หมด ฉันต้องตรวจดูให้ละเอียดก่อน ถึงจะแยกได้ว่าเป็นผื่นชนิดไหน”
“คุณจงใจชัด ๆ!”
จี้ชุนเยี่ยนคิดว่าซู่ลิ่งอู๋ตั้งใจจะทำให้เธออับอาย ตอนนี้ใบหน้าของเธอเสียโฉมไปแล้ว อีกฝ่ายยังจงใจหัวเราะเยาะเธออีก
ซู่ลิ่งอู๋ไม่คิดจะสนใจศักดิ์ศรีของจี้ชุนเยี่ยน เธอไม่มีเวลามากขนาดนั้น “ตกลงจะตรวจหรือไม่ตรวจ ถ้าจะตรวจก็รีบหน่อย ไม่ตรวจก็กลับไป ข้างนอกยังมีคนรอตรวจอยู่อีก”
จี้ชุนเยี่ยนถอดผ้าคลุมศีรษะออกอย่างโมโห คราวนี้ใบหน้าของเธอก็ถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคนอย่างหมดเปลือก
“เอ๊ะ นั่นไม่ใช่จี้ชุนเยี่ยนจากคณะศิลปินหรอกหรือ หน้าเสียโฉมแล้วเหรอ?”
“น่าเสียดายจริง ๆ ผู้หญิงสวยขนาดนี้ ต่อไปคงหาคู่ยากแล้ว”
“พูดอะไรอย่างนั้น เธอเป็นน้องสาวของผู้กองจี้ จะหาคู่ไม่ได้ได้ยังไง ถึงหน้าเสียโฉมก็ไม่ถึงกับแต่งงานไม่ได้นี่”
“ฮึ จะเหมือนกันได้ยังไง จี้ชุนเยี่ยนคนนี้ทะเยอทะยานจะตาย สายตาเอาแต่มองคนที่ดีที่สุดในเขตบ้านพักเรา คนธรรมดาทั่วไปเธอจะมองลงได้ยังไง”
“สภาพเป็นแบบนี้แล้วยังจะเลือกอะไรอีก แค่มีคนยอมรับเธอก็ดีถมไปแล้ว”
“เอ๊ะ จี้ชุนเยี่ยนไม่ใช่ชอบผู้พันฟู่มาตลอดหรอกเหรอ ก่อนหน้านี้ยังหาเรื่องหมอซูอยู่เลย แล้วสองคนนี้กลับมาคืนดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่?”
พอทุกคนเห็นจี้ชุนเยี่ยนกับซู่ลิ่งอู๋ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสองคนมาอยู่ด้วยกัน ก็เริ่มซุบซิบกันเสียงดัง
