จากนั้นเขาก็สั่งยาลดไข้ผ่านสมองกล ทั้งยังสั่งยาแก้หวัด ยาแก้ไอ และยาสามัญประจำบ้านอีกหลายชนิดมาด้วย
สิบนาทีต่อมา เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น
อวิ๋นซูกอดแขนเสียนเยว่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เสียนเยว่ลองดึงแขนออก แต่ไม่สำเร็จ ทั้งยังไม่กล้าใช้แรงมาก กลัวจะทำให้อวิ๋นซูเจ็บ จึงได้แต่พูดเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อวิ๋นซู ยามาส่งแล้ว ผมจะไปเปิดประตูรับยา เดี๋ยวเดียวก็กลับมา”
อวิ๋นซูกะพริบตาปริบ ๆ มองเขาแวบหนึ่ง แต่ไม่ยอมฟังเหตุผล แก้มน้อย ๆ ที่ร้อนผ่าวแนบลงกับผิวเย็น ๆ ของเสียนเยว่ ไม่เพียงไม่คลายมือ แต่ยังกอดแน่นกว่าเดิม ก่อนจะพึมพำเสียงอู้อี้ว่า “ไม่เอา”
ปกติเสียนเยว่ไม่เคยเห็นอวิ๋นซูติดเขาขนาดนี้มาก่อน จึงทั้งประหลาดใจทั้งยินดี อีกทั้งยังอยากอยู่กับเธอต่อไปด้วย
แต่ยามาถึงหน้าประตูแล้ว จะไม่ไปรับก็ไม่ได้
เขาเอ่ยเสียงเบาว่า “ขอเสียมารยาทหน่อยนะ”
จากนั้นก็ก้มลงอุ้มอวิ๋นซูขึ้นมาในอ้อมแขน
เสียนเยว่มีรูปลักษณ์อ่อนโยนดุจหยก ดูบอบบางราวกับลมพัดก็ปลิว แต่ความจริงเขาออกกำลังกายเป็นประจำ ประกอบกับร่างกายของชาวสัตว์ระดับเอส จึงแข็งแกร่งกว่าชาวสัตว์ทั่วไปมาก
สำหรับเขา การอุ้มอวิ๋นซูไม่ใช่เรื่องหนักแรงเลยด้วยซ้ำ ถ้าเธอยอม เขาอุ้มเธอไปทั้งวันก็ยังไหว
เมื่อร่างลอยขึ้นจากพื้นกะทันหัน อวิ๋นซูกลัวอยู่ชั่วขณะ แต่พอรู้สึกว่ามีส่วนที่เย็น ๆ แนบชิดกับตัวมากขึ้น ความกลัวก็หายไป เธอโอบคอเสียนเยว่ได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ ซุกแก้มกับกระดูกไหปลาร้าของเขา ก่อนจะขยับหาท่าที่สบายแล้วนิ่งไป
หัวใจของเสียนเยว่อ่อนยวบไปหมด
